บลจ.แอสเซท พลัส เสนอขายกองทุนเปิดเอแทรคเกอร์ส โกลบอล ฮิวแมนนอยด์ หรือ A-HUMANOID เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงเมกะเทรนด์ระดับโลกอย่าง "Humanoid Robotics" หรือหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานได้ใกล้เคียงมนุษย์ ซึ่งกำลังเปลี่ยนจาก "จินตนาการ" สู่ "การใช้งานจริง" ในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก
"เรามองว่า Humanoid Robotics กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเทคโนโลยีที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ สู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและชีวิตประจำวัน โดยมีแรงขับเคลื่อนจากทั้ง AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ต้นทุนที่ลดลง และปัญหาแรงงานขาดแคลนทั่วโลก ซึ่งทำให้ Humanoid กลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม" นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ กล่าว

ปัจจุบันเทคโนโลยี Humanoid ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาเพียง 2030 ปี จนสามารถโต้ตอบและทำงานร่วมกับมนุษย์ได้จริง พร้อมทั้งได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างประชากรโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และแรงงานที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้หุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทในภาคเศรษฐกิจมากขึ้น
นอกจากนี้ แนวโน้มต้นทุนของหุ่นยนต์คาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องถึงกว่า 85% ในเวลาเพียง 25 ปี ควบคู่กับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงการเข้าสู่ช่วง "Adoption Curve" ของอุตสาหกรรม โดยเริ่มเห็นการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และบริการ ขณะที่มูลค่าตลาด Humanoid มีโอกาสเติบโตแตะระดับ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2050 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยกว่า 34% ต่อปี สะท้อนโอกาสการลงทุนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่มูลค่า
บลจ.แอสเซท พลัส เปิดเสนอขายกองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส โกลบอล ฮิวแมนนอยด์ (A-HUMANOID) ครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 2227 เมษายน 2569 ทั้งนี้ กองทุนมีลักษณะเป็น Feeder Fund ที่ลงทุนในต่างประเทศ โดยมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และมีระดับความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 6
กองทุน A-HUMANOID มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก KraneShares Global Humanoid Robotics and Embodied Intelligence Index ETF ซึ่งมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Humanoid และ AI ครอบคลุมทั้ง Value Chain ตั้งแต่ ผู้พัฒนา AI และ Semiconductor (Brain), ผู้ผลิตชิ้นส่วนและระบบเคลื่อนไหว (Body) ไปจนถึงผู้พัฒนาหุ่นยนต์และระบบใช้งานจริง (Integrator)
นายคมสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า "จุดเด่นของกองทุนนี้คือการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงทั้ง Ecosystem ของ Humanoid อย่างครบวงจร ไม่ได้ลงทุนเฉพาะผู้ผลิตหุ่นยนต์ แต่รวมถึงบริษัทที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีสำคัญ เช่น Semiconductor, Sensor และระบบ Automation ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนา Humanoid ในอนาคต"
ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนไปลงทุน ได้แก่
UBTECH Robotics จากจีน ผู้พัฒนา Humanoid เชิงพาณิชย์ ที่พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI แบบครบวงจร พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม
Rainbow Robotics จากเกาหลีใต้ ผู้นำด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม และเป็นบริษัทเดียวในเกาหลีที่พัฒนาชิ้นส่วนหลักเองทั้งหมด ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Tesla จากสหรัฐฯ ผู้พัฒนาหุ่นยนต์ Optimus Gen 3 ที่ขับเคลื่อนด้วยสมองกล AI อันล้ำสมัยจาก Grok พร้อมความสามารถด้านการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดและใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุดในโลก
HIWIN Technologies จากไต้หวัน ผู้ผลิตระบบเคลื่อนไหวและชิ้นส่วนสำคัญของหุ่นยนต์ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเคลื่อนไหวครอบคลุมตั้งแต่ชิ้นส่วนพื้นฐานไปจนถึงมอเตอร์และหุ่นยนต์แขนกลอัจฉริยะ
Teledyne Technologies จากสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านเซนเซอร์และระบบรับรู้ขั้นสูง รองรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม การบินและป้องกันประเทศ รวมถึงการแพทย์