นายฮาราลด์ ลิงค์ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ [BGRIM] เปิดเผยในงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ว่า ทิศทางการดำเนินงานของ BGRIM มุ่งสู่เป้าหมายกำลังการผลิต 10,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 จากปัจจุบันกำลังการผลิตเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ราว 4,000 เมกะวัตต์ โดยเน้นขยายการลงทุนต่างประเทศ ปรับพอร์ตสู่พลังงานหมุนเวียน และแตกไลน์สู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Data Center) พร้อมตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิแตะระดับ 4,000-5,000 ล้านบาทภายในปี 2573
นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียน BGRIM ระบุถึงแผนเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยปีละ 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งมีการเจรจาโครงการโรงไฟฟ้าบางส่วนแล้ว นอกจากนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทยอย COD อาทิ โครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งในประเทศเกาหลีใต้ Nakwol 1 กำลังการผลิต 365 เมกะวัตต์ ซึ่งเริ่มทยอย COD ไปแล้วบางส่วน คาดการณ์โครงการดังกล่าวจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทประมาณ 400-500 ล้านบาทต่อปี เริ่มรับรู้รายได้เต็มปีตั้งแต่ปี 70 เป็นต้นไป ขณะที่การพัฒนาโครงการเฟส 2 ซึ่งมีกำลังการผลิตอีกกว่า 340-370 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการรอความชัดเจนจากรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปีนี้เช่นเดียวกัน
สำหรับการขยายการลงทุนโครงการในออสเตรเลีย ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน รวม 1,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามความชัดเจนด้านการลงทุนในออสเตรเลียต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลของออสเตรเลียก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนใน ไตรมาส 3/69
ด้านโครงการในมาเลเซียตั้งเป้ากำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็นเฟสแรก 750 เมกะวัตต์ ผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ (IPP) ขนาดใหญ่ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม ของ BGRIM กล่าวว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาก๊าซธรรมชาติ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบ Gas Link Formula เพื่อให้ราคาขายสะท้อนต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่แท้จริง
ปัจจุบันบริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ครอบคลุมการส่งผ่านต้นทุนก๊าซ (Pass-through) หรือมีอัตราคงที่ถึง 93% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยังมีส่วน 7% หรือประมาณ 400 เมกะวัตต์ ที่เป็นกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมซึ่งเดิมอ้างอิงราคาตามค่าไฟฟ้าฐานและค่า FT ของภาครัฐ คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้จะเจรจาครบถ้วน และจะเริ่มเห็นผลการปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนจริงตั้งแต่เดือนพฤษภาคมและชัดเจนในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
สำหรับโครงการในประเทศกัมพูชา แม้จะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์แพร่ระบาดและเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ แต่บริษัทสามารถดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสิ้นตามกำหนด แม้ปัจจุบันจะมีความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา แต่บริษัทยังดำเนินการผลิต และจ่ายไฟฟ้าตามสัญญา ในด้านการบริหารความเสี่ยง บริษัทได้มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับรัฐบาลจีนในการดูแลโครงการ เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินงานภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ นอกจากนี้บริษัทยังยึดมั่นในสัญญาที่ทำกับการไฟฟ้ากัมพูชาอย่างเคร่งครัด
อีกทั้ง BGRIM มีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ของพอร์ตโฟลิโอ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ พร้อมกันนี้ยังได้รุกเข้าสู่ธุรกิจ Data Center ในฐานะเจ้าของและผู้ให้บริการโดยตรง (Digital Infrastructure as a Service) ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้เสริมประมาณ 10% ภายใน 3 ปีข้างหน้า
สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ BGRIM คาดการณ์การเติบโตที่สดใสในช่วงครึ่งปีหลัง จากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ นอกจากโครงการ Nakwol 1 ในเกาหลีใต้แล้ว บริษัทยังเริ่มรุกธุรกิจ Data Center ในฐานะเจ้าของและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure as a Service) โดยเฟสแรกขนาด 48 เมกะวัตต์ จะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีนี้ และอีก 48 เมกะวัตต์จะเข้ามาในช่วงกลางปีหน้า
ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานทดแทนของภาครัฐ โดยเฉพาะ Solar Direct PPA และ Solar ชุมชน ปัจจุบันเตรียมความพร้อมด้านที่ดิน สายส่ง และเงินลงทุนไว้แล้ว อีกทั้งบริษัทยังคงมี Demand จากลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจภาพรวมปีนี้และปีหน้าจะเห็นการเติบโตที่ชัดเจนจากฐานรากธุรกิจที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ การเติบโตในปีนี้ยังมาจากการเร่งเจรจาปรับสูตรค่าไฟฟ้าสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม ให้เป็นแบบ Gas Link Formula เพื่อให้ราคาขายสะท้อนต้นทุนก๊าซที่แท้จริง ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการอยู่ในต่างประเทศยังสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง
ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น วาระที่ 7 ซึ่งผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้มีการออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 100,000 ล้านบาท มีอายุ 5 ปี นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี BGRIM ระบุว่าวงเงินดังกล่าวเป็นเพื่อใช้ในการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดลง รวมทั้งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า สำหรับในปี 69 บริษัทระบุว่าจะมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมรวมกันที่ครบกำหนดชำระคืนประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทอาจพิจารณาออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อรีไฟแนนซ์ยอดดังกล่าว รวมถึงอาจออกเพิ่มเติมเพื่อรองรับการก่อสร้างโครงการที่กำลังขยายตัว