ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดเช้าดิ่ง 21.13 จุดตามตลาดโลกรับบอนด์ยีลด์ไทยพุ่ง-น้ำมันดีดขึ้น แรงขาย DELTA กดดัน

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday April 23, 2026 12:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,458.61 จุด ลดลง 21.13 จุด (-1.43%) มูลค่าซื้อขายราว 40,209 ล้านบาท

การซื้อขายภาคเช้าดัชนีปรับตัวลงแรง โดยทำจุดต่ำสุด 1,452.53 จุด และจุดสูงสุด 1,476.84 จุด

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับลงตามตลาดภูมิภาคและตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มย่อตัว หลังราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับ 103-104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยดีดขึ้นต่อเนื่อง 2 วันราว 10 bps กดดันตลาดหุ้น

แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดยังแกว่งทรง ๆ ในแดนลบต่อไป แนะติดตามพัฒนาการสงคราม และสัปดาห์หน้าติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประเมินแนวรับ 1,450 จุด แนวรับถัดไป 1,435 จุด และแนวต้าน 1,466 - 1,470 จุด

นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันนี้ปรับตัวลดลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ แรงกดดันหลักจาก sentiment ต่างประเทศ แม้ตลาดสหรัฐฯ ปรับขึ้นเมื่อคืน แต่ตลาดเอเชียตอบรับเชิงลบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาน้ำมันดีดขึ้น Brent +1.4%, WTI +1.6% สะท้อนความกังวลด้าน supply

ช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีหลายบริษัท หลายกลุ่มอุตสาหกรรม ออกมาระบุถึงปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบแล้ว โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ส่วนไทย SCC ประกาศหยุดผลิตชั่วคราวโรงงาน Long Son (LSP) เวียดนามในเดือน พ.ค.69 หากสถานการณ์ยังไม่ได้ดีขึ้น ซึ่งทำให้ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบ

ในเชิงโครงสร้างตลาด แรงกดดันหลักยังมาจากหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ DELTA กดดัชนีลงไปราว 12 จุด ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่มปรับลงกระจายตัว เช่น SCC, GULF, ADVANC, CPN, CPALL และ KTB

อย่างไรก็ตาม ในด้าน Fund Flow เริ่มเห็นแรงซื้อกลับในบางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นที่ได้อานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และความเสี่ยง supply disruption เช่น PTTEP, BANPU รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมีบางตัว ขณะที่หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ เช่น KBANK ยังเคลื่อนไหวแข็งแกร่งกว่าตลาด (งบออกมาดีกว่าคาดวานนี้) ส่วน BH งบดีกว่าคาดก็ยังเคลื่อนไหวในแดนบวก

แนวโน้มภาคบ่าย คาดยังได้รับแรงกดดันต่อเนื่อง แต่อาจมีแรงซื้อกลับในบางกลุ่ม โดยช่วงที่ตลาดปรับฐานเป็นโอกาสซื้อกลุ่มนิคมฯ, อิเล็กทรอนิกส์, Renewable ฯลฯ ช่วงนี้มีกระแสข่าวบวกเข้ามาสนับสนุน เช่น การเจรจาดึงเทคสหรัฐฯ อย่าง Phononic, GlobalFoundries, Teradyne เข้ามาขยายฐานการผลิตในไทย และป้อนคำสั่งซื้อให้โรงงานในไทย หุ้นแนะนำ GUNKUL, WHA, KCE

ประเมินกรอบดัชนีแนวรับ 1,450 จุด และแนวต้าน 1,470 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,349.73 ล้านบาท ปิดที่ 132.00 บาท ลดลง 2.50 บาท

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,870.76 ล้านบาท ปิดที่ 191.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท

SCC มูลค่าการซื้อขาย 2,563.78 ล้านบาท ปิดที่ 215.00 บาท ลดลง 18.00 บาท

GULF มูลค่าการซื้อขาย 2,225.98 ล้านบาท ปิดที่ 56.25 บาท ลดลง 2.00 บาท

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,034.17 ล้านบาท ปิดที่ 145.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ