มองมุมต่าง: เกมใหม่โบรกเกอร์แย่งทีม Quant รับมือสงคราม Algorithm อวสาน "มนุษย์ทองคำ"

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday April 27, 2026 13:51 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

มองมุมต่าง: เกมใหม่โบรกเกอร์แย่งทีม Quant รับมือสงคราม Algorithm อวสาน

ความเคลื่อนไหวในแวดวง ของ โบรกเกอร์ไทยล่าสุด มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาที่สุด

โดยเฉพาะข่าวการดึงตัว ทีม Quant ของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด หรือ KKPS ไปอยู่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด หรือ YUANTA

กับ การย้ายทีม Quant ของ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ KGI ไปอยู่ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ Maybank

การดึงตัวทีมบุคลากรดังกล่าว แสดงให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่ง ที่กำลังจะทำให้อุตสาหกรรมของตลาดทุนไทย เริ่มมีความหวัง เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ขึ้นมาทันที เพราะผู้เล่นหลักในตลาดเริ่มขยับปรับตัวไปตามทิศทางการลงทุนแบบโลกสมัยใหม่

ครั้งหนึ่งในอดีต เกมการแข่งขันต่อสู้แข่งขัน ระหว่างโบรกเกอร์ไทย เป็นเกมของ การแย่งคน โดยเฉพาะกลุ่ม Marketing ที่มีเครือข่ายลูกค้าแน่น มีความสัมพันธ์ที่สนิท ที่จะสร้างวอลุ่มเทรด และสร้างค่าคอมมิชชั่นให้บริษัทได้มหาศาล

การดึงตัวคนหนึ่งคนไม่ใช่แค่ได้พนักงานเพิ่ม แต่มันคือการย้ายพอร์ตลูกค้าทั้งหมดที่มีอยู่ของ มาร์เก็ตติ้งรายนั้น

ปรากฏการณ์ "มนุษย์ทองคำ" ที่เกิดขึ้นในอดีต ในโลกที่การส่งคำสั่งซื้อขายยังต้องผ่านคน ข้อมูลยังไม่ไหลเร็ว และลูกค้ายังต้องพึ่ง คำแนะนำ และ ความสัมพันธ์ กับ "มนุษย์ทองคำ" เหล่านี้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีค่อย ๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ภาพดังกล่าวเปลี่ยนจากเดิม ระบบเทรดออนไลน์ทำให้ลูกค้าส่งคำสั่งเองได้ ข้อมูลแบบ real-time กลายเป็นมาตรฐาน แอปพลิเคชันทำให้การเข้าถึงตลาดง่ายขึ้น ค่าคอมมิชชั่นถูกกดลงจากการแข่งขัน และ ความได้เปรียบจากความสัมพันธ์ เริ่มลดน้ำหนักลงอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ผู้เล่นฝั่งสถาบัน และนักลงทุนรายใหญ่ (รุ่นใหม่) เริ่มให้ความสำคัญกับความเร็ว ความแม่น และความสามารถในการประมวลผลข้อมูลมากกว่าสิ่งอื่นใด

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อการซื้อขายจำนวนมากไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยมนุษย์อีกต่อไป แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบ Algorithmic Trading และ High-Frequency Trading ที่ทำงานในระดับมิลลิวินาที

การแข่งขันจึงถูกเปลี่ยนไปจากใครมีลูกค้าเยอะ ไปเป็นใครที่มีระบบที่ดีกว่า เพื่อไปให้บริการคนสร้างโมเดลหรือที่เรียกว่านักลงทุนแบบ Quant

ในบริบทใหม่นี้ ฝ่ายบริการ Quant กลายเป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ของโบรกเกอร์ที่เคยแข่งขันกันด้วยจำนวนบัญชีและวอลุ่มเทรด ต้องหันมาแข่งขันกันด้วยคุณภาพของระบบที่รองรับโมเดล ความเร็วของ execution และประสิทธิภาพของระบบ การดึงตัว คนให้บริการนักลงทุน Quant ที่เก่ง ๆ เข้ามา ไม่ได้หมายถึงการได้ พนักงาน หรือคนเพิ่มเหมือนในอดีต

แต่คือการได้ให้บริการกับเครื่องจักรที่สามารถ scale ได้โดยไม่ต้องเพิ่มคนตามสัดส่วนเหมือนสมัยก่อน โมเดลที่ดีกว่าต้องการระบบรองรับที่ดี และเมื่อถูกนำไปใช้กับปริมาณการซื้อขายขนาดใหญ่สามารถสร้างผลลัพธ์สภาพคล่องที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

ลักษณะของการแย่งตัวก็เปลี่ยนไปด้วย Marketing ย้ายพร้อมลูกค้า แต่ Quant ย้ายพร้อมความรู้ วิธีคิด และความสามารถในการสร้างระบบ ซึ่งมีผลในระยะยาวและต่อยอดได้ลึกกว่า มันจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตำแหน่งที่เป็นที่ต้องการ แต่คือการเปลี่ยนแกนของความได้เปรียบในอุตสาหกรรม

ในจังหวะเดียวกัน การส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บางส่วนของคนในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะประเด็นว่าเครื่องมืออย่าง Algorithmic Trading ที่แทบจะมีใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น โบรกที่ทำ DWs ทั้งหลาย รวมถึง HFT ว่าเอาเปรียบรายย่อย ความเร็วระดับมิลลิวินาที การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่าง co-location หรือข้อมูลบางประเภทที่ไม่เท่ากัน ทำให้สนามแข่งขันไม่ได้ "เท่ากัน" อย่างสมบูรณ์ นั้น กำลังจะกลายเป็นข้ออ้างของคนที่ปรับตัวไม่ทัน หรือ โบรกเกอร์ ที่ไม่มีทุนในการขยายส่วนดังกล่าวเพื่อรองรับ ให้กับลูกค้าของตนเอง

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า โลกการเงินในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และไม่มีทางย้อนกลับ ใครไม่มีความสามารถด้านระบบ ไม่มีความเข้าใจข้อมูล หรือยังยึดติดกับโมเดลธุรกิจเดิม โอกาสในการอยู่รอดย่อมลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การแข่งขันไม่ได้ให้รางวัลกับความพยายาม แต่ให้รางวัลกับความสามารถในการสร้างความได้เปรียบเชิงระบบ

แต่ในขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่องความเป็นธรรมก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรถูกปัดทิ้งทั้งหมด เพราะตลาดการเงินไม่ได้ตั้งอยู่บนการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ตั้งอยู่บน "ความเชื่อมั่น" หากผู้เล่นจำนวนมากรู้สึกว่าเกมถูกออกแบบมาให้เสียเปรียบอย่างถาวร สภาพคล่องและการมีส่วนร่วมก็จะได้รับผลกระทบ ซึ่งสุดท้ายย้อนกลับมากระทบทั้งระบบ ฉะนั้น การพัฒนาของโบรกเกอร์ และการให้ความรู้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ จึงไม่ใช่การเลือกระหว่าง เดินหน้ากับเทคโนโลยี หรือ การปกป้องรายย่อย แต่เป็นความพยายามในการหาสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ โบรกเกอร์ต้องเร่งพัฒนา Quant Capability และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความอยู่รอด

ขณะที่ผู้กำกับดูแลต้องพยายามรักษาความโปร่งใสและความเป็นธรรมในระดับที่ตลาดยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาของอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงการแข่งขันล้วน ๆ กติกาใหม่ได้ถูกเขียนขึ้นแล้ว และไม่ได้รอให้ใครพร้อมหรือไม่พร้อม

คนที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ความเร็ว และอัลกอริทึม ย่อมมีโอกาสหลุดออกจากอุตสาหกรรมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะถูกบีบออกโดยใคร แต่เพราะไม่สามารถสร้างคุณค่าในเกมรูปแบบใหม่ได้อีกต่อไป

การเปลี่ยนผ่านจากยุค Marketing สู่ยุค Quant ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนบทบาทของคนในองค์กร แต่คือการเปลี่ยนคำถามพื้นฐานของธุรกิจ จาก"เรามีอยู่ลูกค้าเป็นใครอยู่ในมือ"ไปสู่ "ระบบของเราเหนือกว่าคู่แข่งแค่ไหน"

ประกอบกับ ในยุคที่ Robot, Algo และ HFT กำลังเฟื่องฟู คำถามหลังจากนี้อาจเป็นตัวชี้ชะตาว่า ใครจะอยู่ และใครจะค่อย ๆ หายไปจากอุตสาหกรรม นับจากนี้เป็นต้นไป

ยุค Marketing หรือ "มนุษย์ทองคำ" จบแล้ว เกมใหม่ของโบรกเกอร์คือสงคราม Algorithm

ธิติ ภัทรยลรดี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ