MAGURO พลิกเกมสู้เศรษฐกิจชูกลยุทธ์ Everyday Dining ออกเมนูใหม่ทุกแบรนด์เน้น"คุ้มค่า เข้าถึงง่าย"

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday April 27, 2026 15:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

MAGURO พลิกเกมสู้เศรษฐกิจชูกลยุทธ์ Everyday Dining ออกเมนูใหม่ทุกแบรนด์เน้น

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บมจ.มากุโระ กรุ๊ป [MAGURO] เปิดเผยว่า "แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันจะชะลอตัว ด้วยหลากหลายปัจจัยจากสถานการณ์โลก ซึ่งทำให้ผู้บริโภครัดเข็มขัด และเลือกการบริโภคที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงเดินหน้าแผนการตลาดเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้สอดรรับต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเน้นการพัฒนาเมนูใหม่ที่ตอบโจทย์การรับประทานได้บ่อยในชีวิตประจำวัน (Everyday Dining) ในราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มแมส และเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการซ้ำ โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารและประสบการณ์การรับประทานในแบบฉบับของแต่ละแบรนด์

MAGURO พลิกเกมสู้เศรษฐกิจชูกลยุทธ์ Everyday Dining ออกเมนูใหม่ทุกแบรนด์เน้น

โดยเฉพาะ MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และ ซูชิระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านแบรนด์ เรือธงของบริษัทฯ ซึ่งยังเดินหน้าสร้างสีสันใหม่ให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงานพนักงานออฟฟิศ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองมากขึ้น ผ่านการเปิดตัว เมนูซีรีส์ "Irodori Kaiseki" ซึ่งเปิดตัวในช่วง ปลายปีที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคจนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ และโซเชียลมีเดียในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยการนำเสนอเมนูที่โดดเด่นทั้งรสชาติ ความสวยงาม ราคาที่คุ้มค่า

MAGURO พลิกเกมสู้เศรษฐกิจชูกลยุทธ์ Everyday Dining ออกเมนูใหม่ทุกแบรนด์เน้น

เมนูซีรีส์ "Irodori Kaiseki" เซตเริ่มต้นเพียง 280 บาท เสิร์ฟครบทั้งข้าวญี่ปุ่น ซาชิมิ เครื่องเคียง และซุปกลมกล่อม แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ในแต่ละเซต ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น Akami Bluefin, Akami Yellowfin Chutoro, Otoro หรือปลาดรายเอจตามฤดูกาล เป็นการยกระดับประสบการณ์การรับประทานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การแชร์ บนโซเชียล ทำให้ "IrodoriKaiseki" กลายเป็นหนึ่งในเมนูใหม่ ที่ติดอันดับเมนูขายดีของแบรนด์อย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยยังคงภาพลักษณ์ความเป็นพรีเมียมที่เข้าถึงได้

นอกจากนี้ หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ)" ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ (Curry & Katsudon Senmonten) ที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่ใน Tabelog ถึง 6 สมัย เปิดให้บริการครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างจาก แกงกะหรี่ญี่ปุ่นทั่วไปด้วยแนวคิดการพัฒนา "แกงกะหรี่ที่ยกระดับทงคัตสึได้ดีที่สุด" ผ่านการออกแบบรสชาติ ให้สมดุล และส่งเสริมกันอย่างลงตัว และอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญคือ ราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่า ในเมนูราคา เริ่มต้นเพียง 169 บาท โดยเปิดเป็นสาขาแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ขณะเดียวกันได้เปิดร้าน "BINCHO (บินโช)" ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม สาขาที่ 2 ที่ One Bangkok มีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำเสนอเมนูอาหารด้วยวิถีแห่ง Washoku ที่เน้นความพิถีพิถันในทุก รายละเอียด ซึ่งอาหารทุกจานจากวัตถุดิบหลัก อาทิ ไก่ หมู เนื้อวัว และอื่นๆ โดยเฉพาะปลา ที่คัดสรรปลา พิเศษนำเข้าจากญี่ปุ่น นำมาย่างบนถ่านบินโชตัน ถ่านไม้คุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น ที่ไร้ควันและมี กลิ่นหอมบาง ๆ ย่างด้วยไฟใช้อุณหภูมิที่แม่นยำทุกองศา เมนูอาหารเซ็ตราคาเริ่มต้นเพียง 190 บาท อยู่ที่ One Bangkok ชั้น 1 ตึก The Storeys และสาขาแรกที่ชั้น 1 ศูนย์การค้า เมกาบางนา

นอกจากนี้ แบรนด์ต่าง ๆ ภายใต้ MAGURO Group ทั้ง HITORI SHABU, MAGURO ที่ยังเดินหน้า พัฒนาเมนูเข้าถึงง่าย ต่อยอดจาก "Irodori Set" เมนูฮิตที่เป็นกระแสบนโซเชียล ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 280 บาท, SSAMTHING TOGETHER พร้อมเปิดตัวเมนูใหม่กว่า 8 เมนู ในราคาเริ่มต้น 129 บาท สำหรับหมวดซีฟู้ด, Tonkatsu AOKI เปิดตัวเมนูซีรีส์ใหม่ Katsudon ราคาเริ่มต้น 169 บาท, CouCou ปล่อยเมนูใหม่ American x Japanese Fusion ที่กำลังมาแรง ในราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 190 บาท และ KIWAMIYA ต่างทยอยพัฒนาเมนูใหม่ โปรโมชั่นและเซ็ตอาหาร ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองมากขึ้น โดยเน้นความสะดวก รวดเร็ว และราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกรับประทานอาหารคุณภาพดี ได้ในทุกวัน ไม่จำกัดเฉพาะโอกาสพิเศษ

"MAGURO Group เชื่อมั่นว่าการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ทุกแบรนด์ในเครือ สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งผู้บริโภคยังพร้อมใช้จ่าย หากสินค้านั้นมีความคุ้มค่าอย่างแท้จริงและสร้างการเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตกว่า 30% พร้อมแผนขยายสาขาเพิ่มกว่า 20 ร้าน รวมเป็นกว่า 73 ร้านภายในสิ้นปี" นายจักรกฤติ กล่าวสรุป

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ