Finnomena ประกาศทิศทางผลักดันสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุน (AUA:Assets Under Advisory) ของกลุ่มบริษัทให้เติบโต 2 เท่า เป็น 1.4 แสนล้านบาทใน 5 ปี พร้อมเพิ่มบัญชีลูกค้าใหม่เป็น 9 หมื่นราย ขยายผู้แนะนำการลงทุน (FA) จาก 3.5 พันคนเป็น 6 พันคน เตรียมเปิดให้บริการเทรดหุ้น-ตราสารหนี้ โดยอยู่ระหว่างอัพเกรดเป็นบริษัทหลักทรัพย์
นายเจษฎา สุขทิศ CEO & Co-Founder ของ Finnomena Group เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท Finnomena ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนเวลธ์เทค (WealthTech Investment Advisor Company) วางแผนภายใน 5 ปี จะขยายฐาน AUA กองทุนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเป็น 1.4 แสนล้านบาทจาก 7 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน , AUA Managed Stock เติบโตสู่ 1 หมื่นล้านบาท จาก 1 พันล้านบาท จำนวนลูกค้าเพิ่มเป็น 9 หมื่นราย จาก 3.9 หมื่นราย และมีจำนวนที่ปรึกษาการลงทุน (FA) กว่า 6,000 คน จาก 3,500 คนในปัจจุบัน
วิสัยทัศน์สู่การเป็นแพลตฟอร์มการลงทุน WealthTech Platform ที่ทำให้นักลงทุนนับล้านคนได้พบกับที่ปรึกษาการลงทุนมืออาชีพที่ใช่ และเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจนักลงทุน ภายใต้แผนกลยุทธ์ 5 ปีของกลุ่มบริษัท O-P-T-A-S ประกอบด้วย
1.Open Knowledge ขยายฐานผู้ใช้งานและการติดตามข้อมูลข่าวสารบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นสู่ 100 ล้านครั้งต่อเดือน ส่งผลให้จำนวน Subcribers เพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้าคน จากปัจจุบันมีการเข้าถึงข้อมูลการลงทุนของ Finnomena กว่า 50 ล้านครั้งต่อเดือน ซึ่งมี จำนวน Subcribers 1 ล้านคน
2.Platform for the future ยกระดับ Investment Platform ของฟินโนมีนา เป็นตัวช่วยตัดสินใจการลงทุนในสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนในอนาคต
3.Tinder of Wealth มุ่งมั่นสร้าง Best-matched ระหว่างผู้ที่สนใจลงทุน กลยุทธ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ ผู้แนะนำการลงทุนที่ใช่ และสินทรัพย์ที่เหมาะกับเป้าหมาย
4.Alpha Advisors ติดอาวุธความรู้ และ AI ให้ผู้แนะนำการลงทุนสู่การเป็น Alpha Advisors ด้วยความรู้ที่เข้มข้น และทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม
5.Strategies Champion ทำให้นักลงทุนเลือกลงทุนตาม Portfolio Model และ Investment Call ด้วยการสร้างกลยุทธ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งกองทุน หุ้น และตราสารหนี้ เพื่อเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนทุกคน
นายเจษฎา กล่าวว่า Finnomena ยังเตรียมยื่นขอเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ประเภท ก. จากปัจจุบันเป็นบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) โดยใช้กลยุทธ์การเป็น House of Strategies ร่วมกับสถาบันการเงินระดับโลก อย่าง Andrew Stotz และ Franklin Templeton พัฒนาพอร์ตการลงทุนที่หลากหลาย รวมทั้งเพิ่มกลยุทธ์การลงทุนสำหรับธุรกิจ Managed Stock Account มาช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน เพื่อหนุนการเติบโต New S-Curve
ด้านนายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Co-founder ของ Finnomena Funds กล่าวเพิ่มเติมว่า Finnomena มีแผนจะยกระดับขึ้นมาเป็น บล. ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงศึกษาและวางระบบงาน คาดว่าจะสามารถยื่นขอใบอนุญาตได้ในปลายปีนี้ หรืออย่างช้าช่วงครึ่งแรกของปี 70
พร้อมอธิบายเหตุผลว่า สืบเนื่องจาก Finnomena และ บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ได้ร่วมมือด้านการลงทุนใน DR แต่พบว่าการเชื่อมต่อเกิดความล่าช้า เพราะส่งต่อให้ลูกค้าของ Finnomena ไปเปิดบัญชีต้องใช้เวลากว่าเดือน ทำให้ลูกค้าบางคนไม่รอ แต่หาก Finnomena มีใบอนุญาต บล.จะเพิ่มความสะดวกกับลูกค้าได้มากกว่า และเชื่อมต่อกับบล.อื่นได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทำ product อื่นๆได้
อย่างไรก็ดี Finnomena จะไม่เป็นนายหน้าซื้อขายหุ้นเอง เพราะการแข่งขันค่าคอมมิชชั่นค่อนข้าวรุนแรง แต่จะนำเสนอการลงทุนเป็นพอร์ตลงทุนที่ Definit เป็น้ผู้นำเสนอกลยุทธ์การลงทุนให้ลูกค้า
ในมุมของ FA ที่ปรึกษาการลงทุนอิสระของ Finnomena จะเปิดให้คำแนะนำการลงทุนเพิ่มนอกเหนือจากกองทุนรวม อาทิ หุ้น ตราสารหนี้
นอกจากนี้ Finnomena ยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ สำหรับตอบโจทย์ให้ทุกคนก้าวเดินสู่ความสำเร็จในโลกยุคใหม่ไปพร้อมกัน ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว "Finnomena Chat" ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถพูดคุยกับผู้แนะนำการลงทุนโดยตรงบนแอปฯ Finnomena เพื่อมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ดียิ่งขึ้น ทั้งสะดวก รวดเร็ว น่าเชื่อถือ และปลอดภัย
นายกสิณ สุธรรมมนัส Co-Founder & Chief Strategy Officer Finnomena Group กล่าวว่า เราเชื่อมั่นว่า FA คือกำลังสำคัญของการลงทุนในระยะยาวของนักลงทุนไทย ซึ่ง FA Summit ไม่ได้เป็นเพียงงานประกาศรางวัล แต่เป็นเวทีที่สะท้อนการเติบโตและคุณค่าของอาชีพ Financial Advisor ตลอดจนการสร้าง Financial Advisor Ecosystem ที่แข็งแกร่งในประเทศไทย ดังนั้น Finnomena ยืนยันว่าจะยังคงพัฒนาเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมการลงทุนไทยไปพร้อมกัน