AOT เปิดงบลงทุน 5 ปี 7.2 หมื่นลบ. เร่งประมูล East Expansion-ดอนเมือง เฟส 3 ภายในปี 69

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday May 5, 2026 18:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

AOT เปิดงบลงทุน 5 ปี 7.2 หมื่นลบ. เร่งประมูล East Expansion-ดอนเมือง เฟส 3 ภายในปี 69

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบมจ.ท่าอากาศยานไทย [AOT]มอบนโยบายมุ่งเน้นโครงการสำคัญแบบ Quick-Win และกำชับให้ AOT เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ

กระทรวงคมนาคมได้เร่งโครงการสำคัญ 3 โครงการแบบ Quick-Win ให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ดังนี้

(1) เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน และสามารถเปิดใบริการได้โดยเร็ว ได้แก่โครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) โครงการป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike)

(2) เร่งรัดประกวดราคาสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม ได้แก่ โครงการให้บริการลานจอดและ

อุปกรณ์ภาคพื้น (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2) โครงการให้บริการคลังสินค้า (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)

(3) เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสาร

ด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
(ฉบับปี 2568) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า (Preliminary Feasibility Study) ของท่าอากาศยานอันดามัน และล้านนา

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เปิดเผยว่า แผนลงทุนในช่วง 5 ปี (ปี 69-73) AOT จะใช้งบลงทุน 7.2 หมื่นล้านบาท ได้แก่

1) East Expansion มูลค่าลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะนี้เตรียมเสนอครม. คาดว่าในเดือน พ.ค.น่าจะได้รับการอนุมัติ คาดเปิดประมูลในอีก 4 เดือน หลังครม.อนุมัติ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี ทำให้สนามบินสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารเป็น 70 ล้านคน จากปัจจุบันรองรับ 60 ล้านคน

2) โครงการขยายดอนเมืองเฟส 3 วงเงินลงทุนทั้งหมด 6.3 หมื่นล้านบาท จากเดิมตั้งงบไว้ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มอาคารผู้โดยสาร หลังที่ 3 รองรับุ้โดยสารระหว่างประเทศ และอาคาร Junction เพื่อเป็นอาคารให้รถบัส จอดและรับส่งผู้โดยสาร รวมถึงปรับปรุงถนนหน้าอาคารผู้โดยสารเพื่อลดจราจรติดขัด โดยในช่วง 5 ปีนี้คาดว่าใช้เงินลงทุน3 หมื่นล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และ อาคาร Junction ก่อน หลังจากจึงย้ายการใช้ อาคารผู้โดยสาร 1-2 มาที่อาคารหลังที่ 3 เพื่อปรับปรุงอาคาร 1-2

โดยผลการศึกษาอยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนข. และสภาพัฒน์ ซึ่งใกล้จะเสนอต่อครม.และคาดจะเปิดประมูลภายในสิ้นปี 69 เริ่มก่อสร้างต้นปี 70 ใช้เวลาก่อสร้าง 8-10 ปี ทั้งนี้หลังจากขยายตะเพิ่มการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 40 ล้านคน จากปัจจุบันมีผู้โดยสาร 31 ล้านคน

3)โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (South Terminal) มูลค่าเงินลงทุน 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 120 ล้านคน โดยในช่วง 2-3 ปีแรกจะทำการปรับหน้าดินก่อน คาดใช้เงินลงทุนราว 2 หมื่นล้านบาท

4)โครงการขยายท่าอากาศยานภูเก็ต เงินลงทุน 1 หมื่นล้านบาท

ปัจจุบัน AOT มีกระแสเงินสดอยู่ 1 หมื่นล้านบาท และยังมีกำไรสะสมที่เพียงพอต่อการลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมเร่งขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งตามแผนแม่บทให้มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้กว่า 180 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577

  • ปรับเพิ่มสัดส่วนรายได้ AERO/ลดค่าตอบแทนผู้ประกอบการในสนามบิน

นางสาวปวีณา กล่าวว่า การปรับเพิ่มค่า PSC จาก 730 บาท/หัว เป็น 1,120 บาท/หัว จะไม่กระทบต่อค่าตั๋ว ซึ่งน่าจะรับผลกระทบจากราคาน้ำมันมากกว่า โดยค่า PSC ที่ได้รับมาจะนำไปปรับปรุงสนามบินเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการบริการที่ดี ไม่ได้นำมาชดเชยกับรายได้จากคิงเพาเวอร์ ซึ่งมาจากดิวตี้ฟรีลดลง เพราะถือว่าเป็นคนละส่วนกัน

นางสาวปวีณา กล่าวว่า บริษัทกำลังทบทวนผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ทุกรายให้เหมาะสม เพราะเราต้องการรายได้ที่เป็นประโยชน์สาธารณะและเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เราปฏิบัติผู้ประกอบการเท่าเทียมกัน เพราะที่ผ่านมา ร้านค้าในสนามบินมีผลขาดทุนก็จะไม่เช่าต่อ ทำให้ AOT ขาดรายได้กว่าจะได้รายใหม่ใช้เวลาหลายเดือน ดังนั้นจึงจะทำให้ค่าตอบแทนให้เหมาะสม

ดังนั้น สัดส่วนรายได้ AOT จะปรับใหม่ที่จะเพิ่มรายได้ AERO เป็น 60% กว่า และ Non-Aero มีสัดส่วนกว่า 30% จากปัจจุบัน 50-50

ส่วนผลประกอบการปีนี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ยอมรับว่าไม่เป็นไปตามคาด โดย 2 ไตรมาสแรก (ต.ค.68-มี.ค.69) มี 79 ล้านคน จึงคาดว่าทั้งปีจะมี 125 ล้านคน ทรงตัวจากปีก่อน

สำหรับโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น และ โครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายที่ 2 AOT คาดเปิดประมูลธ.ค.69 และพิจารณาข้อเสนอ 3-4 เดือน คาดได้ผลคัดเบือกในไตรมาส 2 ปีงบ 70 โดยผู้ประกอบการเดิมที่ครบกำหนดสัญญาจะต่ออายุชั่วคราวจนกว่าจะได้รายใหม่


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ