NER เปิดผลงานไตรมาส 1/69 กำไรวูบ 58% หลังราคายางโลกผันผวนฉุดรายได้ร่วง พร้อมรับผลกระทบทางบัญชีจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ซีอีโอส่งสัญญาณบวกช่วงที่เหลือของปี ยันคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Order Book) แน่นยาวถึงไตรมาส 3 มั่นใจดีมานด์ยางล้อฟื้นตัวหนุนรายได้ทั้งปีเข้าเป้า 3.2 หมื่นล้านบาท
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ [NER] เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/69 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,242.05 ล้านบาท ลดลง 17.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ 254.37 ล้านบาท ลดลง 58.22% YoY โดยมีรายได้จากการขายรวม 7,207.73 ล้านบาท ลดลง 17.13% YoY จากปริมาณขายรวม 123,552 ตัน ลดลง 2.78% YoY
ทั้งนี้ รายได้จากการขายลดลงเกิดจากสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งราคาขายสินค้ายางเฉลี่ยลดลง 14.78% โดยรายได้ที่ลดลง แบ่งเป็นผลต่างด้านราคาที่ปรับตัวลดลง อยู่ที่ 1,232.86 ล้านบาท และแบ่งเป็นผลต่างด้านปริมาณลดลงอยู่ที่ 257.44 ล้านบาท
สำหรับรายได้จากการขายรวมในไตรมาส 1/69 แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 5,097.60 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 70.72% ของยอดขายรวม และรายได้จากการขายต่างประเทศ 2,110.12 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 29.28% สะท้อนฐานลูกค้าในประเทศที่แข็งแกร่ง และความต้องการใช้ยางธรรมชาติจากภาคอุตสาหกรรมที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Order Book) รองรับการผลิตยาวไปจนถึงช่วงไตรมาส 3/69 ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมของธุรกิจ
ด้านผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 1/69 เกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Mark-to-Market) ซึ่งเป็นการบันทึกตามหลักบัญชีและภาษีเท่านั้น โดยยังไม่เกิดผลขาดทุนจริงทางกระแสเงินสด และไม่ได้สะท้อนผลการดำเนินงานหลักของบริษัท
สำหรับไตรมาส 2/69 บริษัทฯ ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมธุรกิจยางธรรมชาติเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น จากความต้องการใช้ยางธรรมชาติในอุตสาหกรรมยานยนต์ ยางล้อ และชิ้นส่วนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการผลิตและการบริโภคในหลายประเทศ ส่งผลให้บริษัทฯ มั่นใจว่าทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีจะทยอยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้รายได้รวมในปี 2569 เพิ่มขึ้นแตะระดับ 32,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ บริษัทได้รับแรงสนับสนุนจากสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและภาระภาษี ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว