นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. แอสเซทไวส์ [ASW] กล่าวว่า จากการดำเนินงานไตรมาส 1/69 (ม.ค.-มี.ค. 69) ASW สามารถทำรายได้รวม 2,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเริ่มโอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ ทั้ง "โมดิซ อาวองการ์ด" (Modiz Avantgarde) มูลค่า 1,800 ล้านบาท "เคฟ ลูมินัส บางมด" (Kave Luminous Bangmod) มูลค่า 1,200 ล้านบาท และโครงการ Leisure Residence ที่พัฒนาโดยบมจ. ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ [TITLE] บริษัทย่อยในเครือ คือ เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งสร้างเสร็จเร็วกว่าแผนทำให้สามารถเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก รวมถึงโครงการที่ยังมียอดโอนโดดเด่นต่อเนื่องอย่าง เดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao) และเคฟ วันเดอร์แลนด์ (KAVE Wonderland)

ขณะเดียวกัน บริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ ASW มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงถึง 41% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรม และส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 230 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตกว่า 14% (YoY)
"ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่ง ตอกย้ำก้าวย่างที่มั่นคงของ ASW ตลอดระยะเวลา 5 ปีในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยเรายังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ดีทั้งในด้านรายได้ ผลกำไร และยอดขายที่ทำได้ 6,854 ล้านบาท หรือคิดเป็น 37% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 18,500 ล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้า โดยเฉพาะใน Strategic Location อย่างภูเก็ต ซึ่งเป็นตลาดที่มีดีมานด์และศักยภาพสูง ทำให้ไฮซีซั่นที่ผ่านมา เราสามารถปิดการขายได้เพิ่มขึ้น 21% (YoY) ผ่านเครือข่ายตัวแทนขายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งมอบโครงการคุณภาพได้ตามแผนงาน ซึ่งถือเป็น Key Success ที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า" นายกรมเชษฐ์ กล่าวนายกรมเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินงานในไตรมาส 2/69 บริษัทมีโครงการสร้างเสร็จใหม่ที่เตรียมโอนเพิ่ม 4 โครงการ มูลค่ารวมถึง 13,360 ล้านบาท ได้แก่ 1.โมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม (Modiz Vault Kaset-Sripatum) คอนโดมิเนียมใกล้ ม.เกษตรศาสตร์ และ ม.ศรีปทุม 2.เคฟ เจเนซิส นครปฐม (Kave Genesis Nakhon Pathom) แคมปัสคอนโด ใกล้ ม.ศิลปากร และกลุ่ม Leisure Residence จำนวน 2 โครงการใหญ่ คือ 3.เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา (THE TITLE Heritage Bang-Tao) และ 4.เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang)

ขณะที่ภาพรวมบริษัทยังมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 1/2569มูลค่าทั้งสิ้น 38,010 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571
ทั้งนี้ ASW ยังเดินหน้าธุรกิจตามแผน "EMPOWERING THE FUTURE" เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยในไตรมาสแรกบริษัทเปิดโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวมถึงภูเก็ตไปแล้ว 3 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 4,855 ล้านบาท และล่าสุด เมื่อช่วง เม.ย. ที่ผ่านมา บริษัทได้ต่อยอดความสำเร็จบนทำเลหาดกมลา ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ "เดอะไทเทิล วิวาน่า กมลา" (THE TITLE Vivana Kamala) มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท Leisure Condominium สุดหรูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน บนทำเลติด Mingle Crystal Lake และใกล้หาดกมลา เพียง 2 นาที และบริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน และการบริหารจัดการสต๊อก (Inventory) ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันผลงานภาพรวมให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
"การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคคือหัวใจสำคัญที่สุด ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน เราจึงมองว่ามาตรการรัฐ ทั้งการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% และการขยายเวลา LTV ออกไปอีก 1 ปีจนถึง มิ.ย. 2570 เป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดภาระ และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคที่มีความพร้อมสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น สำหรับ ASW เรายังคงยึดหลักดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสภาวะตลาดอยู่เสมอ ปีนี้เรายังมีตลาดภูเก็ตเป็น Growth Engine หลักที่ช่วยขับเคลื่อนทั้งยอดขายและรายได้ รวมถึง Backlog และโครงการส่งมอบใหม่ตลอดทั้งปีมูลค่ารวมกว่า 26,760 ล้านบาท ซึ่งสูงเป็นระดับ All-Time High ทำให้เราเชื่อมั่นว่า ASW จะสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้และยอดขายที่ตั้งไว้ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน" นายกรมเชษฐ์ กล่าว