นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป [AWC] กล่าวว่า บริษัทยังมองแนวโน้มธุรกิจยังดีต่อเนื่อง หลังจากไตรมาส 1/69 บริษัทมีผลการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดใหม่ (New high) จากธุรกิจโรงแรมที่ยังมีนักท่องเที่ยวที่เข้าพักต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ยุโรป และตะวันออกกลาง ที่ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเข้ามากระทบ แต่นักท่องเที่ยวก็ยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยตามกำหนดเดิม

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 2/69 และไตรมาส 3/69 อาจจะมีการชะลอตัวลงไปบ้าง จากการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในแถบเอเชียที่อาจจะลดจำนวนลงตามซีซั่นการท่องเที่ยวของไทย แต่เริ่มเห็นการจองโรงแรมของนักท่องเที่ยวไทยที่กลับมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นในช่วงโลว์ซีซั่น ทำให้ธุรกิจโรงแรมยังสามารถมีผลการดำเนินงานที่อาจจะอ่อนตัวลงมาเล็กน้อยตามฤดูกาลท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตามมองว่าธุรกิจโรงแรมจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในไตรมาส 4/69 เพราะเป็นช่วงที่เข้าสู่ไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย และมีอีเว้นท์ใหญ่ระดับโลกต่างๆ จัดขึ้นในประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ ทำให้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ทำให้ภาพรวมของธุรกิจโรงแรมของ AWC ยังสามารถทำผลงานได้ดีต่อเนื่องในปี 69
ด้านธุรกิจอาคารสำนักงาน แม้ว่าปัจจุบันจะมีการแข่งขันสูงของพื้นที่เช่าในตลาดที่ออกมามากขึ้น แต่บริษัทก็มีการปรับกลยุทธ์ในการบริหารพื้นที่ โดยเฉพาะการดึงดูดกลุ่มลูกค้าใน Segment ใหม่ๆ เช่น ไลฟ์สไตล์ และ Wellness ที่จะเข้ามาเสริมในกลุ่มลูกค้าที่เช่าพื้นที่ในออฟฟิศ รวมถึงการใช้พื้นที่ในออฟฟิศเพื่อสร้างรายได้ใหม่ๆต่อยอดเข้ามา จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสามารถเชื่อมโยงการทำการตลาดกับลูกค้าของธุรกิจโรงแรมได้
ส่วนธุรกิจค้าปลีกและความบันเทิง จะเป็นการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในโครงการเอเชียทีค ที่จะมีการต่อยอดจาก Jurassic World Experience ในการยกระดับประสบการณ์รูปแบบ Interaction ใหม่เข้ามาเสริม ซึ่งปัจจุบันมีการก่อสร้างบลูโดมแห่งใหม่ที่จะเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 69 ทำให้มีสิ่งใหม่ๆเข้ามาดึงดูดความน่าสนใจให้กับโครงการเอเชียทีคมากขึ้น และสร้างรายได้ใหม่ๆ จากการท่องเที่ยวเข้ามา
สำหรับเงินลงทุนของบริษัทในปี 69 วางงบลงทุนไว้ 8 พันล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการ เวิ้งนาครเกษม เฟสแรก ที่เตรียมเปิดในช่วงปลายปีนี้ โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท รวมทั้งการก่อสร้างบลูโดมแห่งใหม่ในเอเชียทีคที่เตรียมเปิดในปลายปีนี้เช่นเดียวกัน และก่อสร้างโครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 ในเชียงใหม่ เพื่อทำให้มูลค่าสินทรัพย์ของ AWC เพิ่มเป็น 2.3 แสนล้านบาท จากปีก่อน 2.18 แสนล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์เป็น 3 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความผันผวนของปัจจัยต่างๆ ในปัจจุบัน ทำให้การลงทุนต่างๆของบริษัทอาจจะต้องมีการปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องไปตามสถานการณ์ในแต่ละช่วง ทำให้อาจจะมีการไม่เร่งการลงทุนในบางโครงการ เช่น โครงการอาคารสูง 100 ชั้น ในเอเชียทีคที่ยังคงแผนไว้ แต่ไม่เร่งการลงทุน ประกอบกับ บริษัทยังต้องมีการบริหารจัดการด้านต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อทำให้ต้นทุนในการลงทุนไม่สูงขึ้น ซึ่งบางโครงการจะต้องมีการเร่งล็อกต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อทำให้บริษัทสามารถลงทุนได้ตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าภาพรวมของผลการดำเนินงานในปี 69 จะยังเติบโตขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน โดยปัจจัยหนุนหลักยังคงมาจากภาพการท่องเที่ยวไทยที่ยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ทำให้ธุรกิจโรงแรมยังมีการเติบโตที่โดดเด่น และสามารถเชื่อมโยงไปกับธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องของ AWC เช่น ร้านอาหาร และความบันเทิง อีกทั้งยังมีธุรกิจอาคารสำนักงานที่ยังคงมีผู้เช่าที่เช่าต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมธุรกิจของ AWC ยังมีความแข็งแกร่ง