(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าเสี่ยงปรับฐาน หลังเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งเกินคาด กดดันดอกเบี้ยจ่อปรับขึ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday May 13, 2026 09:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีปรับฐาน หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่ตลาดคาด ทำให้เป็นแรงกดดันต่อดอกเบี้ยตามมา และจะลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

ล่าสุด FedWatch บ่งชี้โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกำลังเพิ่มสูงขึ้นในภาวะที่ดอกเบี้ยอาจเป็นจุดกลับตัว หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, กลุ่ม High Growth และหุ้นที่มีค่า P/E สูง มักจะได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก ดังนั้น วันนี้อาจได้เห็นแรงขายในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่กดดันดัชนีโดยรวมได้ ขณะเดียวกันราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับประเด็นการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance ที่มีการประกาศออกมานั้น มองว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดโดยรวมมากนัก เนื่องจากหุ้นที่ถูกปรับน้ำหนักส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดเล็ก

โดยประเมินกรอบแนวรับ 1,470 จุด และแนวต้าน 1,490 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (12 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,760.56 จุด เพิ่มขึ้น 56.09 จุด หรือ +0.11%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,400.96 จุด ลดลง 11.88 จุด หรือ -0.16% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,088.20 จุด ลดลง 185.92 จุด หรือ -0.71%

- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบส่วนใหญ่ในเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 62,398.02 จุด ลดลง 344.55 จุด หรือ -0.55%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,192.31 จุด ลดลง 22.18 จุด หรือ -0.52% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,369.99 จุด เพิ่มขึ้น 22.08 จุด หรือ +0.08%

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (12 พ.ค.) 1,483.56 จุด ลดลง 5.73 จุด (-0.38%) มูลค่าซื้อขาย 55,549.72 ล้านบาท

- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (12 พ.ค.) 1,733.52 ล้านบาท

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย. (12 พ.ค.) เพิ่มขึ้น 4.11 ดอลลาร์ หรือ 4.19% ปิดที่ 102.18 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (12 พ.ค.) อยู่ที่ 20.98 ดอลลาร์/บาร์เรล

- เงินบาทเปิด 32.37 แนวโน้มผันผวนท่ามกลางสถานการณ์ตอ.กลางที่ยังไม่แน่นอน

- MSCI ไม่ได้มีการปรับเพิ่มหรือลดหุ้นไทยในดัชนี MSCI Global Standard แต่สำหรับดัชนี MSCI Global Small Cap มีการเพิ่มหุ้นไทยเข้าใหม่ 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ.มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) [MRDIYT] และบมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป [TFG]ส่วนหุ้นที่ถูกถอดออกจากดัชนี MSCI Global Small Cap จำนวน 1 หลักทรัพย์ได้แก่ บมจ.ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) [TOA]โดยจะมีผลบังคับใช้หลังปิดการซื้อขายในวันที่ 29 พ.ค. 69

- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2566 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.7% จากระดับ 3.3% ในเดือนมี.ค.

- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นในวานนี้ (12 พ.ค.) โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งทะลุ 4.4% ขณะที่อายุ 30 ปีทะลุ 5.0% หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี

- สงครามอิหร่าน ฉุดท่องเที่ยวไทยติดหล่ม ชี้สถานการณ์ล่าสุดอยู่ในกรณีฐานททท.คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ 32.3 ล้านคน แต่ถ้ากรณีเลวร้ายสุดอยู่ที่ 27-29 ล้านคน ส่วนไทยเที่ยวไทย อยู่ที่ 200 ล้านคน-ครั้ง ลดลง 2% จากปัจจัยกดดันหลักจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ราคาน้ำมันและตั๋วเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น 15-20% ด้านรมว.ท่องเที่ยว จ่อชงขอใช้งบกลางกระตุ้นท่องเที่ยว

- "สิริพงศ์" รมช.คมนาคม พลิกบทบาทขนส่งมวลชนไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบริการเชื่อมต่อ "ล้อ-ราง-เรือ" ให้เป็น Ecosystem ลดภาระขาดทุน เปลี่ยนถ่ายไปสู่พลังงานสะอาด เตรียมชงคลังเข้าแคมเปญรถเก่าแลกใหม่ ให้แท็กซี่ รถบัส รถบรรทุก เปลี่ยนเป็นพลังงานอีวี ปรับบท ขสมก.ให้รถเมล์ไฟฟ้าเป็นฟีดเดอร์ สั่งทำแผนปรับปรุงเส้นทางเชื่อมต่อจุดชาร์จ พร้อมใช้ สินทรัพย์หารายได้เชิงพาณิชย์ ลดขาดทุน 50% ถกเอกชนเขย่าสูตรรถไฟฟ้าทุกสีใหม่ไม่เกินวันละ 40 บาท

- คลื่นดาต้าเซ็นเตอร์ทะลักไทย บีโอไอเผย 3 ปี ขอรับส่งเสริมพุ่ง 1.7 ล้านล้านบาท ล่าสุด TikTok ทุ่มลงทุนครั้งประวัติศาสตร์กว่า 8.4 แสนล้าน ปักหมุดไทยสู่ฮับดิจิทัลอาเซียน ขณะภาคธุรกิจจับตาผลประโยชน์ประเทศ ผวาอำนาจต่อรองแพลตฟอร์มลดลง สะเทือนตลาดอี-คอมเมิร์ซวงกว้าง

- "รถเก่าแลกรถใหม่" ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ส่อสะดุด หลังคลังพบปัญหาตีราคารถเก่า-เสี่ยงทุจริต ชงครม. 19 พ.ค. ออก "ไทยช่วยไทยพลัส" กระตุ้นเศรษฐกิจ รับมือวิกฤตค่าครองชีพ พลังงาน

- "เอกนิติ" ย้ำจำเป็นกู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤติค่าครองชีพ-พลังงาน หวั่นล่าช้าเสี่ยงเอสเอ็มอีปิดกิจการ ว่างงานพุ่ง กางแผนใช้เงิน ยิงนกทีเดียวได้สองตัว เยียวยาเฉพาะหน้าควบคู่เปลี่ยนผ่านพลังงาน "ปกรณ์" แจง พ.ร.ก.มีผลบังคับใช้แล้ว เหตุผลรองรับเพียงพอรับวิกฤติ "สมาพันธ์เอสเอ็มอี" หวังเงินกู้แก้ 5 วิกฤติทั้งพลังงาน ซัพพลายเชน ว่างงาน

- สภาสูงถก "รายงาน-ญัตติแลนด์บริดจ์" รุมถล่มชี้จุดอ่อนเพียบ เตือน พ.ร.บ. SEC ไม่ใช่ยาวิเศษ หวั่นเอื้อนายทุนต่างชาติ-เสี่ยงรัฐเสียค่าโง่ซ้ำ มองรัฐบาลเริ่มถอยหลังเจอกระแสต้านหนัก ขณะ สว. สีน้ำเงินเชียร์ "อนุทิน" เปิดประตูเชื่อม 2 มหาสมุทร ด้าน "พิพัฒน์" ปัดเอี่ยวเอกชนกว้านซื้อที่ดิน ถามกลับ "เกี่ยวอะไรด้วย"

- นายกฯ ตั้ง "ปกรณ์" นั่งประธานบอร์ดแก้ไขปัญหารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เร่งสางปม "ค่าพร้อมจ่าย-ค่าพลังงานไฟฟ้า" เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย พร้อมสอดคล้องกับภาระต้นทุนที่ประชาชนต้องรับผิดชอบ

- ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. ร่วงต่ำสุดรอบ 8 เดือน หลังคนไทยกังวลเศรษฐกิจ จับตาเงินเฟ้อมีโอกาสแตะ 4-5% เผยผู้บริโภครับรู้ผลกระทบช้ากว่าผู้ประกอบการ กลุ่มมนุษย์เงินเดือนยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจนจากการลดค่าจ้างหรือเลิกจ้าง แต่เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อยเริ่มรับแรงกระแทกเพิ่ม

*หุ้นเด่นวันนี้

- ADVANC (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 371.20 บาท การปรับฐานของราคาหุ้น เพิ่มเติมอาจเป็นจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสมเพื่อสะสมการลงทุนระยะยาวในหุ้นโทรคมนาคมที่มีผู้เล่นรายใหญ่สองรายในโดยมองข้ามความผันผวนทางเศรษฐกิจในปี 2569 ความโดดเด่นของบริษัทในด้านบริการที่ครบวงจรทั้งด้านการเชื่อมต่อคอนเทนต์ และอุปกรณ์ รวมถึงประวัติการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบต่อกำไร แต่ยังทำให้บริษัทอยู่ในสถานะที่จะสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นไดอี้กด้วย Valuation ปัจจุบันเทรดบริเวณ EV/EBITDA 9.9 เท่า ผสานคาดอัตราการจ่ายปันผลราว 5.2% ต่อปี

- MRDIYT (ซีจีเอสฯ) ผลประกอบการไตรมาส 1/69 สอดคล้องกับประมาณการของเราและ Bloomberg Consensus ซึ่งช่วยตอกย้ำมุมมองของเราต่อการเติบโตด้วยการขยายสาขาของ MRDITY จำนวนลูกค้ายังทรงตัวแม้จะขยายสาขาอย่างรวดเร็ว แสดงว่ามีการกินส่วนแบ่งตลาดกันเองไม่มาก

- TRUE (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ" ราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus 16.66 บาท แนวโน้มรายได้ 2QTD ยังแข็งแรงแม้เศรษฐกิจจะเริ่มถูกกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะไม่มีการทำสงครามราคา ขณะที่ฝั่งต้นทุนบริษัทมองผลกระทบจากค่าไฟจำกัด และจะเริ่มนำ AI เข้ามาบริหารจัดการต้นทุนมากขึ้น Consensus คาดกำไรปี 2569 เฉลี่ยที่ 2.46 หมื่นลบ. เติบโต 30% y-y โดดเด่นกว่า ADVANC และอาจมี upside อีกเล็กน้อย ขณะที่ Valuation ซื้อขายบนระดับ PER ราว 20 เท่า ใกล้เคียงกัน ส่วน Dividend Yield คาดราว 3-4% ต่อปี จ่ายทุกไตรมาส


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ