นายดุษฎี มีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แมสเทค ลิ้งค์ [MASTEC] เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/69 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 261.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.07 ล้านบาท หรือ 21.93% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการทยอยส่งมอบสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการส่งมอบงานโครงการที่ลูกค้าเคยชะลอรับมอบในช่วงสิ้นปีก่อนหน้า รวมถึงการรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อใหม่ในระหว่างงวด โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและสุขาภิบาล และกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 17.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.79 ล้านบาท หรือ 149.98% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น และการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ระดับ 29.35% ใกล้เคียงกับ ไตรมาส 1/68 ที่ 29.20% สะท้อนการบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย รวมทั้งการรับงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้นจากความซับซ้อนของงาน
ไตรมาสแรกปีนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ดี โดยยอดขายจากกลุ่ม HVAC, Fire Safety และ Energy Efficiency มีการปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการขยับตัวของดีมานด์ในภาคอาคาร โรงงานประหยัดพลังงาน และดาต้าเซ็นเตอร์ รวมทั้งนโยบายโซลาร์ภาคประชาชน ส่งผลให้ผลประกอบการ ไตรมาส 1/69 ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมั่นใจว่าผลประกอบการทั้งปี 2569 จะเป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้
ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าเติบโตเป็น 3 ระยะ ซึ่งเป็นหมุดหมายหลักตามแผน Jump+ ประกอบด้วย:
ระยะที่ 1: เสริมศักยภาพธุรกิจหลัก เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมและภาครัฐ ผ่านกลยุทธ์ Cross-sell และ Up-sell
ระยะที่ 2: ขยายสู่ธุรกิจพลังงานและบริการ เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในระยะยาว พร้อมขยายเครือข่ายพันธมิตร รวมทั้งเพิ่มการเข้าถึงตลาดใหม่
ระยะที่ 3: ต่อยอดสู่การเป็น Energy Solution Provider เต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาแบรนด์ของตนเอง (Own Brand) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายดุษฎี กล่าวว่า ภาวะปัจจุบันของสถานการณ์โลก รวมถึงสถานการณ์ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่ง MASTEC เตรียมรับมือกับทุกสถานการณ์รองรับการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ พร้อมทั้งยืนยันเป้าหมายรายได้ทั้งปีนี้ที่ 1,338 ล้านบาท และเป้าหมายกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท ตามแผน Jump+ ที่ได้นำเสนอต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยแผน 3 ปี บริษัทตั้งเป้ารายได้ช่วงปี 25692571 ที่ 1,338 ล้านบาท, 1,800 ล้านบาท และ 2,270 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่เป้าหมายกำไรสุทธิอยู่ที่ 93 ล้านบาท, 126 ล้านบาท และ 158 ล้านบาท ตามลำดับ
โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจหลัก (Core Business) ได้แก่ ระบบปรับอากาศ สุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย ซึ่งยังเป็นฐานรายได้สำคัญ พร้อมกันนี้ บริษัทเร่งต่อยอดธุรกิจใหม่ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG
"สถานการณ์ยังคงเป็นเชิงบวกจากการรับรู้รายได้จากมูลค่างานคงค้างในมือ (Backlog) อย่างต่อเนื่องในปี 2569 ซึ่งการรับรู้รายได้จากงานในมือควบคู่กับการรับงานใหม่เพิ่มเติม นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริษัทเดินหน้าสู่เป้าหมายของปีนี้ทั้งรายได้และกำไร โดยงานใหม่ที่ได้รับเข้ามาในช่วงไตรมาสแรกเป็นงานในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ และโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก" นายดุษฎี กล่าว