นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล [UBE] เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในไตรมาส 2 ของปี 2569 UBE Group และบริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด บริษัทในเครือ มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence) ยกระดับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างประสิทธิภาพพร้อมรับกับความท้าทายต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มขยับสูงขึ้น รวมทั้งมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจเอทานอล ธุรกิจมันสำปะหลังและฟลาว ธุรกิจร้านอาหาร ควบคู่กับการสร้าง New S Curve ไปสู่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products) อาทิ เอทานอลเกรดยาสำหรับอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF Sustainable Aviation Fuel) สำหรับอุตสาหกรรมการบินที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้การวางแผนบริหารจัดการความแข็งแกร่งต้นน้ำ ผ่านการส่งเสริมเกษตรกรเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานและอาหาร 3 มิติ ได้แก่ 1. ยกระดับผลผลิต และความสามารถในการรับมือสภาพแวดล้อม (Yield & Resilience) ส่งเสริมการใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่ทนทานต่อโรคและสภาพแล้ง โดยเฉพาะพันธุ์อิทธิที่บริษัทฯ ร่วมพัฒนากับภาครัฐ พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการเกษตร 2. การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Circular Economy) ผ่านโครงการอุบลโมเดล ที่นำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต เช่น น้ำกากส่าและกากมันทำเป็นสารปรับปรุงดินแทนการใช้ปุ๋ยเคมีตามหลัก Zero Waste และ 3. เชื่อมเกษตรกรสู่ยุทธศาสตร์พลังงานชาติ ยกระดับมันลำปะหลังจากสินค้าเกษตรสู่วัตถุดิบพลังงานสะอาด ป้อนอุตสาหกรรมเอทานอล (E20) และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)
สำหรับแผนธุรกิจเอทานอล เดินหน้าขับเคลื่อนเต็มกำลังการผลิต พร้อมรองรับกับดีมานด์ของผู้บริโภคหันมาสนใจใช้น้ำมัน E20 เปลี่ยนจากแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มขึ้นจากกลไกราคาที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับพัฒนาศักยภาพการใช้วัตถุดิบแบบ Multi-feed นำกากน้ำตาลมาใช้ในกระบวนการผลิตเอทานอลร่วมกับวัตถุดิบหลัก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาวัตถุดิบ พร้อมบริหารความผันผวนด้านราคาและปริมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบเพียงประเภทเดียวส่งผลให้สามารถใช้ทรัพยากรและกำลังการผลิตได้อย่างคุ้มค่า เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและฟลาว วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อตอบโจทย์ตลาดสินค้ามูลค่าสูง (High-Value) เช่น แป้งและฟลาวมันสำปะหลังคุณภาพสูง (Premium graded-native starch and Cassava flour) และแป้งฟังก์ชันฉลากสะอาด (clean-lable starch) หลังจากราคาส่งออกแป้งมันดิบเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นกว่า 13% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดโลก พร้อมศึกษาโอกาสลงทุนในธุรกิจที่ตอบรับเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ สุขภาพเชิงป้องกัน การดูแลความเป็นอยู่ที่ดีและกลุ่มผู้สูงวัย รวมถึงเตรียมเปิดตัวอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) ส่วนธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ญี่ปุ่น Oshinei จะเปิดเพิ่มอีก 5 สาขา
ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 (มกราคม-มีนาคม) กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 1,164.7 ล้านบาท โดยเป็นรายได้ในประเทศ 782.9 ล้านบาท คิดเป็น 67% และรายได้จากการส่งออก 381.8 ล้านบาท คิดเป็น 33% โดยธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเอทานอลมีรายได้ 454.1 ล้านบาท ชะลอตัว ในขณะที่ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมีรายได้ 486.3 ล้านบาท เติบโต 46.8% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และธุรกิจร้านอาหารมีรายได้ 219.3 ล้านบาท เติบโต 9.6% QoQ
ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 154.7 ล้านบาท เติบโต 68% QoQ จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ราคาหัวมันสำปะหลังสดที่เป็นวัตถุดิบหลักของเอทานอลเพิ่มขึ้น 23% YoY จากราคาเฉลี่ย 2.13 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 2.62 บาทต่อกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม UBE แจ้งผลงานไตรมาส 1/69 ขาดทุนสุทธิ 23.5 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.006 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 57.27 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.015 บาท
นางสาวสุรียศ กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมเอทานอลคาดการณ์ปี 2569 จะเติบโตเชิงโครงสร้างผ่านการเปลี่ยนสัดส่วนจาก E10 มาเป็น E20 มากขึ้น โดยมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวเร่งและภาครัฐสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างจริงจัง โดยจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อปริมาณการขายเอทานอลในช่วงไตรมาส 3 ถึง 4 ขณะที่ทิศทางราคามันสำปะหลังมีแนวโน้มขยับขึ้นต่อเนื่องและมีโอกาสทำสถิติใหม่ในรอบหลายปี โดยราคาซื้อขายหัวมันสดพุ่งแตะระดับ 2.78-3.10 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากผลผลิตและคุณภาพแป้งลดลงจากโรคใบด่างและอากาศแปรปรวนและต้นทุนราคาดีเซลขยับแตะ 48.40 บาท/ลิตร
"UBE มั่นใจว่าผลการดำเนินในปี 69 จะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 เริ่มกลับมามีโมเมนต์ตัมที่ดี ประกอบกับการมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence) ทั้งการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มผลิตภาพในกระบวนการผลิต และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products) จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ธุรกิจเอทานอล ธุรกิจมันสำปะหลังและฟลาว ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจสินค้าทางการเกษตร เติบโตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว" นางสาวสุรียส กล่าว