สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุน นางสาวสุนทรี กิติปัญญา เป็นเวลา 10 ปี กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน ขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารกรุงไทย [KTB]
ก.ล.ต.ได้รับรายงานการตรวจสอบจากธนาคารกรุงไทย และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พบว่า ในช่วงเมษายน 2561 - ธันวาคม 2567 นางสาวสุนทรี กระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของลูกค้า จำนวน 11 ราย มูลค่ารวม 115,550,000 บาท
โดย (1) ได้นำเสนอกองทุน และรับใบถอนเงินหรือเงินสด ใบคำสั่งซื้อกองทุนที่ลูกค้าลงนามแล้ว พร้อมทั้งบัตรประชาชนและสมุดเงินฝากของลูกค้าซึ่งประสงค์จะซื้อกองทุน แต่มิได้ซื้อกองทุนให้ตามความประสงค์ของลูกค้า และ (2) จัดทำหรือแก้ไขเอกสารและส่งมอบให้ลูกค้า เพื่อปิดบังอำพรางให้ลูกค้าเข้าใจผิดว่ามูลค่าเงินลงทุนในบัญชีกองทุนยังคงอยู่ปกติ รวมถึงจัดทำเอกสารสรุปรายการเงินฝาก กองทุน และประกัน โดยแสดงข้อมูลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง
ทั้งนี้ ภายหลังธนาคารตรวจพบการกระทำผิดดังกล่าว นางสาวสุนทรี ได้รับสารภาพต่อธนาคาร และชดใช้คืนให้ลูกค้าบางส่วน และธนาคารได้ชดใช้เงินคืนในส่วนที่เหลือให้ลูกค้าครบถ้วนแล้ว
ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางสาวสุนทรี เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน อันเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
ก.ล.ต. จึงเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 เป็นเวลา 10 ปี แต่เนื่องจากการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 ของนางสาวสุนทรีได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ก.ล.ต. จึงกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบของนางสาวสุนทรี เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในคราวต่อไป เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ ในการพิจารณากำหนดโทษ ก.ล.ต. ได้นำปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย ได้แก่ บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว ผลกระทบ ความเสียหายหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขหรือการดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของ ก.ล.ต. และประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน
ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนตรวจสอบรายงานการถือหน่วยลงทุนและบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรฝากหรือลงนามเอกสารสำคัญประกอบการทำธุรกรรม เช่น ใบถอนเงิน บัตรประชาชน สมุดคู่ฝาก เป็นต้น ให้ผู้แนะนำการลงทุนทำรายการแทนให้ เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดจากการทุจริต