บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น [WHA] รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 3,242 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท โดยหากพิจารณาจากผลประกอบการปกติ บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,294 ล้านบาท ลดลง 38% และกำไรปกติ 1,445 ล้านบาท ลดลง 30% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรรายไตรมาสสูงสุดในปีที่ผ่านมา ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในไตรมาสแรกเติบโตต่อเนื่อง รับการลงทุนของลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์มีการขยายตัวโดดเด่น พร้อมดีมานด์สัญญาเช่าระยะสั้นเพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจน้ำตามการใช้น้ำของกลุ่มโรงไฟฟ้า และปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปีนี้ ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะยอดขายนิคมฯ ที่พุ่งแตะ 951 ไร่ และธุรกิจโลจิสติกส์ที่เติบโตโดดเด่น รวมถึงธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตอย่างมั่นคงของ WHA Group
ธุรกิจโลจิสติกส์ : ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทลงนามสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่ม 43,840 ตร.ม. และยังมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงจำนวน 63,385 ตร.ม. ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารทั้งหมด 3,221,676 ตร.ม. ล่าสุด บริษัทได้รับการคัดเลือกจากบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์เช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานสำหรับเก็บสินค้าอันตราย (Dangerous Goods) รวมกว่า 4,700 ตร.ม. และยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่อีกหลายโครงการ คาดว่าจะสามารถทยอยเซ็นสัญญาได้ในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ WHA Group ยังคงเดินหน้าขยายศูนย์โลจิสติกส์ต่อเนื่อง โดยโครงการ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม. 23 (ขาเข้า) และ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี โดยมีผู้เช่าเกือบเต็มทั้งโครงการ ขณะเดียวกันบริษัทเร่งพัฒนาโครงการใหม่เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ได้แก่ โครงการ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 ซึ่งเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา และโครงการ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 (เฟส3) ก่อสร้างแล้วกว่า 50% พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ WHA Manufacturing Park 331 บนทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ด้านศูนย์โลจิสติกส์เซ็นเตอร์แห่งแรกในเวียดนาม ภายในนิคมอุตสาหกรรมมินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทได้เซ็นสัญญาเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์หลายราย ส่งผลให้มีอัตราการเช่าพื้นที่ทะลุ 80%
ส่วนแผนการขายทรัพย์สินและ/หรือสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR ล่าสุด ที่ประชุมผู้ถือหน่วย WHART มีมติอนุมัติการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม พื้นที่รวมกว่า 99,390 ตร.ม. มูลค่า 2,508 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเสนอเรื่องต่อที่ประชุมผู้ถือหน่วย WHAIR เพื่อพิจารณาการลงทุนในทรัพย์สินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ 45,000 ตร.ม. มูลค่าราว 1,100 ล้านบาท ภายในไตรมาส 2/69
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม : ในช่วง 3 เดือนแรกปี บริษัทมียอดขายที่ดินรวม 951 ไร่ จากเป้าปีนี้ที่ 2,500 ไร่ และยอดโอนที่ดิน 296 ไร่ พร้อมทั้งมียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ให้กับลูกค้าที่สูงถึง 1,426 ไร่ สะท้อนถึงความต้องการที่ดินอุตสาหกรรมที่อยู่ในระดับสูง จากกระแสการย้ายฐานการลงทุนและการผลิต (Relocation) มายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก โดยเฉพาะสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติหันมาเลือกประเทศที่มีเสถียรภาพและความปลอดภัยสูง ประเทศไทยจึงได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าว ด้วยปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ซัพพลายเชนมีประสิทธิภาพ แรงงานมีทักษะ และศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอาเซียน สอดคล้องกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนไตรมาส 1/2569 ที่ทะลุ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.4 เท่าจากปีก่อน นำโดยอุตสาหกรรมดิจิทัล ด้วยมูลค่าลงทุนสูงสุด 873,741 ล้านบาท คิดเป็น 86% ของมูลค่ารวม ขณะเดียวกัน การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) รวม 965,869 ล้านบาท เติบโตถึง 261% เมื่อเทียบกับปีก่อน
"ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินกับลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ พื้นที่กว่า 900 ไร่ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีสมัยใหม่ของไทย และยังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหญ่จากหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า"ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีนิคมอุตสาหกรรมรวม 17 แห่ง ในไทยและเวียดนาม โดยในไทย มีพื้นที่กำลังก่อสร้างและรอพัฒนากว่า 10,230 ไร่ โดยเฉพาะโครงการใหม่ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE 5) พื้นที่ 7,250 ไร่ ที่ได้รับความสนใจสูง คาดเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงแรกได้ในไตรมาส 2/2569 ทางด้านเวียดนาม บริษัทมีเขตอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วรวม 4,241 ไร่ (678.5 เฮกตาร์) ได้แก่ WHA Industrial Zone 1Nghe An ที่จังหวัดเหงะอาน (Nghe An) และ WHA Smart Technology Industrial Zone 1Thanh Hoa ที่จังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hóa) เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ล่าสุด WHAUP ได้ลงนาม MOU กับ Apex Circuit (Thailand) พัฒนาโครงการโซลาร์ 17 เมกะวัตต์ พร้อมปั้นโมเดล "ซื้อขายไฟตรง" Direct PPA และ Third Party Access (TPA) ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ อย่างไรก็ตามในไตรมาสนี้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน แต่บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวในไตรมาส 2-3/2569 หลังปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ธุรกิจดิจิทัล : หลังจากความสำเร็จในการยกระดับสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) ในปีที่ผ่านมา WHA Digital เดินหน้าพัฒนาโครงการ Digital & AI Transformation ผ่านแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution) แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะ และ WHASApp ที่มาพร้อมฟีเจอร์ CO2ZERO สำหรับบริหารคาร์บอนฟุต
พร้อมกันนี้ WHA Digital ได้วางโรดแมพ 3 ปี ภายใต้โครงการ "Flight of the Future" สู่การสร้าง Intelligent Enterprise Ecosystem ภายในปี 2028 ที่มุ่งพัฒนาองค์กรสู่การเป็นระบบนิเวศองค์กรอัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ระบบงาน บุคลากร และการตัดสินใจเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคาดการณ์สถานการณ์ วางแผนล่วงหน้า และปรับตัวได้รวดเร็ว รองรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ ยังเน้นในเรื่องของการสร้างบุคลากร และวัฒนธรรม AI ผ่านโปรเจค AI Playground พื้นที่ทดลองเพื่อเปลี่ยนต้นแบบ (Prototype) จากเคสที่ชนะจากการแข่งขัน "WHA Hackathon 2025" ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
ธุรกิจโมบิลิตี้ : ประกาศเดินหน้ารุกตลาดกรีนโลจิสติกส์เต็มรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ Mobilix สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในไทย ครอบคลุม 3 บริการหลัก ได้แก่ EV Rental Service บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร EV Charging Solution ทั้งสถานีชาร์จภายในองค์กรและสาธารณะ พร้อมเครื่องชาร์จและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง Mobilix Software Solution แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะสำหรับจัดการรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มียอดให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมแล้วกว่า 413 คัน สะท้อนการเติบโตของธุรกิจและความต้องการโซลูชันด้านโลจิสติกส์สีเขียวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากความสำเร็จด้านผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ช่วงมีนาคมที่ผ่านมา WHA Group ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 มูลค่า 3,500 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันให้การตอบรับที่ดีมียอดจองล้นกว่า 2 เท่าของจำนวนเสนอขาย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตของบริษัท ซึ่งสอดรับกับศักยภาพความแข็งแกร่งโครงสร้างทางการเงิน