นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ [WP] เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯในไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 44.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.71 ล้านบาท หรือ 14.75% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวม 4,268.51 ล้านบาท ลดลง 5.60% YoY
ปริมาณการขายรวมของก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) อยู่ที่ 185,463 ตัน ซึ่งเป็นยอดขายจากในประเทศทั้งหมด โดยลดลงจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา 6.15% สาเหตุหลักมาจากภาคส่งออกลดลง 9,947 ตัน เนื่องจากไม่มียอดส่งออกต่างประเทศตั้งแต่ไตรมาส 2/68 เพราะลูกค้าในเวียดนามเกิดสภาวะอุปทานส่วนเกิน ประกอบกับ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
ขณะที่ปริมาณการขายรวมของบริษัทลดลงเล็กน้อยมีปัจจัยทางอ้อมจากผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้กำลังซื้อของลูกค้าลดลง โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ ลดลง 7,674 ตัน หรือคิดเป็น 23.49% สาเหตุมาจากการเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น บวกกับปริมาณการทดแทนของรถพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1/69 ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 22.62 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 0.21 บาทต่อกิโลกรัมจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว จากนโยบายการบริหารกลุ่มลูกค้า ลดการแข่งขันด้านราคา เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน
สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนที่สนับสนุนให้กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และระบบขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้านบริหารจัดการพอร์ตลูกค้าอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถลดการแข่งขันด้านราคา โดยเน้นกลุ่มลูกค้าภายในประเทศที่มีศักยภาพสามารถสร้างการเติบโตและผลกำไรที่มั่นคง
"ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 ยังคงเติบโตในทิศทางที่ดี โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในภาคครัวเรือนที่ยังคงมีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความต้องการในชีวิตประจำวัน ประกอบกับความสามารถในการบริหารพอร์ตลูกค้า สนับสนุนให้รายได้ของบริษัทฯ เติบโต โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 4.32% จากการบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ" นางสาวชมกมล กล่าวในปี 69 บริษัทตั้งงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาทขยายการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจหลักและธุรกิจพลังงานทางเลือก (Green Energy) โดยในส่วนของธุรกิจหลัก มีแผนเพิ่มจุดกระจายสินค้าและจุด Touch Point ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีเครือข่ายโรงบรรจุก๊าซ LPG มากกว่า 170 แห่งทั่วประเทศและมีโรงบรรจุก๊าซที่บริษัทฯดำเนินการเอง 7 แห่ง ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการควบคุมคุณภาพสินค้า และสามารถกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีแผนลงทุนในธุรกิจใหม่ประเภทอื่นๆ ที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อต่อยอดธุรกิจและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจได้ในระยะยาว