PROUD แจงกำไร Q1/69 หด 15% ตามรอบโอนอสังหาฯ เร่งดันโครงการพรีเมียมรับเทรนด์ Wellness

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday May 14, 2026 11:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

PROUD แจงกำไร Q1/69 หด 15% ตามรอบโอนอสังหาฯ เร่งดันโครงการพรีเมียมรับเทรนด์ Wellness

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บมจ.พราว เรียล เอสเตท [PROUD] เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/69 มีรายได้รวม 1,265 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,205.60 บาท ลดลง 28.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท ลดลง 15.80% YoY สาเหตุหลักเป็นผลจากรายได้จากการโอนอสังหาฯ ที่เปลี่ยนแปลงตามแผนการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัว เพิ่มขึ้นจาก 3.81% ในไตมาส 1/68 เป็น 4.30% ในไตมาส 1/69

สำหรับรายได้หลักในไตรมาส 1/69 มาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 (Nue District R9) มูลค่า 1,124 ล้านบาท คิดเป็น 89% ของรายได้รวม รองลงมาคือโครงการ เวหา หัวหิน (VEHHA Hua Hin) มูลค่า 119 ล้านบาท คิดเป็น 9% และโครงการวารัณย์ แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ (VARUNN) มูลค่า 22 ล้านบาท คิดเป็น 2% โดยโครงการเริ่มเปิดตัวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและสามารถทยอยรับรู้รายได้ได้ทันที สะท้อนถึงศักยภาพของโครงการระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับแนวคิด Wellness และ Privacy ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และกลุ่มนักลงทุนที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงมียอดขายรอโอน (Backlog) คุณภาพสูงจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง และเพื่อการลงทุน มูลค่ารวมถึง 5,320 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต

นายพสุ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาสแรกยังคงอยู่ในช่วงปรับสมดุล ท่ามกลางภาวะสินเชื่อที่ยังคงเข้มงวดและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจซื้อนานขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มแมส อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน และลักชัวรียังคงมีเสถียรภาพ และให้ความสำคัญกับโครงการที่มีคุณภาพ ทั้งด้านทำเล การออกแบบ และแนวคิดการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสุขภาพ

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ "Quality Demand" โดยมุ่งเน้นการทำ Targeted Marketing ไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจริง และให้ความสำคัญกับการติดตามลูกค้าอย่างใกล้ชิดในทุกกระบวนการ เพื่อรับฟัง Feedback และนำมาปรับกลยุทธ์ด้านการขาย การตลาด และการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงจัดแคมเปญการตลาดและโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง ผ่านข้อเสนอที่ช่วยลดภาระการตัดสินใจของลูกค้าเพื่อให้การโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปตามแผนที่วางไว้

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/69 สามารถปรับลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt/Equity) ลงมาอยู่ที่ 1.6 เท่า จาก 1.9 เท่า ณ สิ้นปีก่อน สะท้อนถึงวินัยทางการเงินและประสิทธิภาพในการบริหารโครงสร้างเงินทุน ขณะเดียวกันยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในระดับที่เพียงพอ รองรับการพัฒนาโครงการและบริหารภาระทางการเงินได้อย่างเหมาะสม รวมถึงได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินชั้นนำ ซึ่งช่วยสนับสนุนการบริหารต้นทุนทางการเงิน และเสริมศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโครงการส่วนใหญ่ของบริษัทจะดำเนินการก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์ และพร้อมทยอยโอนกรรมสิทธิ์ บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานและต้นทุนวัสดุก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบผ่านกลยุทธ์ Proactive Management ทั้งการทำ Early Procurement การจองราคาวัสดุล่วงหน้า และการกระจายฐาน Supplier เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้าง รองรับแผนพัฒนาโครงการในอนาคต และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ