นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดเคลื่อนไหวไซด์เวย์อัพได้แรงหนุนจาก Sentiment การลงทุนในวันนี้ยังคงได้รับอิทธิพลเชิงบวกจากกระแส AI ที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั้งในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งตลาดยังมีความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจากล่าสุดสหรัฐฯ มีท่าทีผ่อนปรนให้ NVIDIA สามารถส่งออกชิปไปยังประเทศจีนได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ช่วยให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมดีขึ้น
สำหรับปัจจัยภายในประเทศที่น่าจับตาในวันนี้ คือ การที่นายกรัฐมนตรีจะมีการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท
อย่างไรก็ตาม แม้วันนี้ดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแต่ต้องระมัดระวังความผันผวน เพราะเข้าใกล้ระดับสูงสุดเดิมของปีนี้
ส่วนการปรับตัวขึ้นของหุ้นหลายกลุ่มเมื่อวานนี้เป็นลักษณะของการซื้อคืน หลังจากบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งประกาศผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ แต่ยังคงต้องใช้ความระมัดระวังเนื่องจาก Valuation ของตลาดในปัจจุบันค่อนข้างสูง
ประเมินกรอบแนวรับ 1,520 จุด และแนวต้าน 1,545 - 1,550 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (14 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,063.46 จุด เพิ่มขึ้น 370.26 จุด หรือ +0.75%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,501.24 จุด เพิ่มขึ้น 56.99 จุด หรือ +0.77% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,635.22 จุด เพิ่มขึ้น 232.88 จุด หรือ +0.88%
- ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดผสมผสาน ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 2,878.71 จุด เพิ่มขึ้น 224.66 จุด หรือ +0.36%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,391.02 จุด เพิ่มขึ้น 1.98 จุด หรือ +0.01% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,174.18 จุด ลดลง 3.74 จุด หรือ -0.09%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (14 พ.ค.) ,539.12 จุด เพิ่มขึ้น 21.86 จุด (+1.44%) มูลค่าซื้อขาย 75,021.67 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (14 พ.ค.) 2,879.63 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย. (14 พ.ค.) เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 0.15% ปิดที่ 101.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (14 พ.ค.) อยู่ที่ 22.61 ดอลลาร์/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 32.48/50 อ่อนค่า ตลาดจับตาเจรจาสหรัฐฯ-จีน
- "สี จิ้นผิง" ต้อนรับ "โดนัลด์ ทรัมป์" ชื่นมื่น เจ้าภาพแสดงท่าทีเป็นมิตรกับผู้นำภาคธุรกิจ อเมริกันที่ร่วมคณะมาด้วย ส่งสัญญาณว่าจีนจะเปิดกว้างมากขึ้น "สหรัฐ" อนุมัติขายชิป H200 ของ "เอ็นวิเดีย" ให้บริษัทจีนราว 10 แห่ง ขณะที่ "สี" ยกประเด็น "ไต้หวัน" สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ สหรัฐ-จีน ชี้หากจัดการดี ความสัมพันธ์ก็มั่นคง หากจัดการไม่ดี สองประเทศย่อมเสี่ยงปะทะหรือขัดแย้ง
- อนุทิน" เปิดทำเนียบถก 35 บิ๊กซีอีโอ ระดมสมองเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ตั้ง 3 โจทย์อนาคตไทยบนภูมิทัศน์โลกใหม่ พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย "เอกนิติ" หวังเวทีระดมความเห็นยกเครื่องประเทศ พร้อมขับเคลื่อน ผ่าน กรอ.เน้นลงทุน ต่อยอดพัฒนาคน AI ส.อ.ท.ชงยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม เร่งแผนพีดีพี
- สภาฯ ชะลอบรรจุ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รอศาล รธน.วินิจฉัย ปมขัดรัฐธรรมนูญ ภายใน 60 วัน หลังพรรคสมร่วมลงชื่อยื่น 'ณัฐพงษ์' จี้ 'รัฐบาล' ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน ชี้ เพื่อความโปร่งใส บอกขนาดฝ่ายค้านได้ ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ ยังอยากให้ตั้งวิสามัญเฉพาะเลย เหตุจะได้ครบองค์มีรัฐบาลร่วมถกปัญหา ลั่นคงไม่มีคนขวางหากไม่แอบสอดไส้ 'เพื่อไทย' ประชุม สส.กำชับร่วมอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้ปัญหาประชาชน
- 10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผนึกกำลัง ยื่นข้อเสนอ 8 มาตรการฉุกเฉินต่อรัฐบาล เร่งรักษาฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานไทย ก่อนเผชิญภาวะ "หน้าผาอุตสาหกรรม" ในปี 2570
- แบงก์ชาติ ปลดล็อกขยายเวลามาตรการ LTV เพิ่มอีก 1 ปี ไปสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.70 หวังช่วยประคองความเชื่อมั่น-สนับสนุนการฟื้นตัวภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย
- AOT (ฟินันเซีย ไซรัส) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 63.50 บาท ประกาศกำไรปกติงวด Q2/69 ที่ 5.76 พันลบ. +22% q-q, +11% y-y ดีกว่าคาด 9% หนุนจาก Operating Margin ที่สูงกว่าคาด ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากปีก่อน ส่วนรายได้เติบโตแกร่งจาก Peak Season ท่องเที่ยวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น และคาดกำไรงวด Q3/69 ชะลอตัวตามปัจจัยฤดูกาลและผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง แต่จะกลับมาฟื้นในงวด Q4/69 หนุนจากการปรับขึ้น PSC เต็มไตรมาส อีกทั้งมองว่า AOT จะเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Fund Flow ที่ไหลเข้า
- GFPT (พาย) แนะนำ "ซื้อ" เป้าหมาย 12.60 บาท รับประโยชน์จากราคาเนื้อไก่ในประเทศ โดยแนวโน้มผลประกอบการงวด Q2/69 คาดรายได้เห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก Q1/69 ได้จากผลตามฤดูกาลที่เริ่มเข้าสู่ช่วง High Seasons ของการส่งออก แต่ในส่วนของกำไรมีโอกาสถูกกดดันจากต้นทุนอย่างราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองปรับเพิ่มขึ้น
- TCAP (เมย์แบงก์) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 61.00 บาท/หุ้น ผลประกอบการ Q1/69 ดีกว่าที่คาด แนวโน้มของ TNI และ THANI ยังแข็งแกร่งในปีนี้ โดย TNI ได้แรงหนุนจากรายได้เบี้ยประกันที่ดี ขณะที่ THANI ได้แรงหนุนจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ทรงตัวและต้นทุนเครดิตที่ลดลง จากค่าใช้จ่ายในการเคลมที่ลดลง และมีรายได้จากการลงทุนอื่นๆ เข้ามาเสริม