สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) นำโดยนายบัณฑิต พรึงลำภู ในฐานะประธานสหภาพฯ ยื่นหนังสือถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ขอให้ทบทวนการขยายสัมปทานโครงการระบบทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) บนทางพิเศษศรีรัช ช่วงพระราม 9-งามวงศ์วาน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ โครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) อยู่ระหว่างนำเสนอรายละเอียดข้อมูลเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนการร่วมลงทุน ซึ่งก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องมีความชัดเจนว่าโครงการนี้คุ้มค่าหรือไม่ แก้ปัญหารถติดได้กี่เปอร์เซ็นต์ ประชาชนได้ประโยชน์มากน้อยเพียงใด รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับการดูแลอย่างไร
กรณีสหภาพฯ กทพ.มีข้อห่วงใย ทั้งเรื่องความคุ้มค่าการขยายสัมปทานให้เอกชน และผลกระทบต่อประชาชนใต้ทางด่วนโครงการก่อสร้าง "Double Deck" นั้น จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายก่อนตัดสินใจแน่นอน โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้ง สหภาพฯ ประชาชน และภาคเอกชน เข้าร่วมหารือเพื่อพิจารณาข้อมูลทุกด้านอย่างรอบคอบ คาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนภายใน 2-3 เดือน
พร้อมมอบหมายให้ผู้ว่าฯ กทพ.เร่งทำวีดีโอนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Double Deck เพิ่มเติมว่าสามารถช่วยกระจายปริมาณจราจรได้อย่างไร การลดเวลาการเดินทาง ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ส่วนเอกชนนั้นจะมีการหารือในเรื่องรูปแบบและวิธีการก่อสร้างที่มีความปลอดภัยสูงสุด และหากจำเป็นอาจลงพื้นที่ด้วยตนเองเพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง หรือเชิญผู้ได้รับผลกระทบเข้าหารือที่กระทรวงคมนาคมเพื่อหามาตรการเยียวยาและลดผลกระทบให้มากที่สุด
นอกจากนี้ การลงทุนทางด่วน 2 ชั้น Double Deck จะมีการขยายระยะเวลาสัญญาออกไปอีก 22 ปี 5 เดือนนั้น จะมีการปรับลดอัตราค่าผ่านทาง ทางด่วนขั้น 1,ขั้นที่ 2 ต่อเชื่อมสายพระราม 9-งามวงศ์วาน จากปัจจุบันค่าผ่านทาง รวม 90 บาท เหลือ 50 บาทตลอดสาย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
"เรื่องนี้ ต้องจับเข่าคุยทุกฝ่าย เพราะหากพบว่ามีประโยชน์ก็ไม่อยากให้ต้องชะลอเวลาออกไป แต่หากไม่มีประโยชน์ก็ต้องสรุปให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องพูดกันและตั้งความหวังไปเรื่อยๆ ต้องรีบสรุปว่าจะทำหรือไม่ทำ"นายพิพัฒน์ กล่าวนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่า กทพ. กล่าวว่า กทพ.จะเร่งชี้แจงกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งสหภาพฯและประชาชนที่อยู่ใต้ทางด่วน ซึ่งในแง่ของประโยชน์ของโครงการ กทพ.ได้ชี้แจงมาตลอดถึงผลการศึกษาว่า Double Deck สามารถแก้ปัญหาจราจรบนทางด่วนได้แน่นอน เป็นโครงการที่น่าลงทุนเพื่อแก้ปัญหารถติด
ด้านนายบัณฑิต พรึงลำภู ประธานสหภาพฯ กทพ.กล่าวว่า สหภาพฯ ไม่ได้คัดค้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่ต้องการให้ทุกโครงการมีความชัดเจน โปร่งใส และคุ้มค่ากับการลงทุน รวมถึงไม่สร้างภาระระยะยาวต่อรัฐและประชาชน โดยเฉพาะความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลตอบแทนจากการลงทุน และประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาการจราจร เนื่องจากโครงการมีมูลค่าการลงทุนสูง และเกี่ยวข้องกับการบริหารสัมปทานทางพิเศษในระยะยาว จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
โดยต้องการให้มีการเปิดเผยรายละเอียดการศึกษาผลกระทบและผลตอบแทนโครงการอย่างครบถ้วน อาทิ โครงการจะช่วยลดปริมาณรถติดได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาการเดินทางจะลดลงมากน้อยเพียงใด รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างและผู้ใช้ทาง โดยพยว่า มีประชาชนประมาณ 200-300 ราย ที่อาจได้รับผลกระทบจากแนวเส้นทางและการก่อสร้าง จึงต้องการให้มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน พร้อมจัดทำมาตรการเยียวยาและลดผลกระทบอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องการขยายระยะเวลาสัมปทาน หากรัฐเลือกใช้แนวทางแลกกับการลงทุนโครงการ Double Deck โดยเห็นว่า ต้องมีความชัดเจนว่าการขยายสัมปทานจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด ระยะเวลาเท่าใด และประชาชนจะได้รับประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่