นางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการใหญ่ บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล [XPG] ประเมินอุตสาหกรรมการเงินและการลงทุนผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสที่หนึ่ง เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวและปัจจัยบวกจากสภาวะสงครามที่เริ่มคลี่คลาย โดย XPG ยังคงเป้าหมายรายได้รวมของปีนี้ไว้ที่ 1,100 ล้านบาท
"ปี 69 เป็นอีกปีหนึ่งที่ภาพรวมเศรษฐกิจมีความท้าทายอย่างมากโดยสาเหตุหลักมาจากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ ฯ ที่กระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลกซึ่งเป็นปัจจัยทำให้ต้นทุนทุกกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด XSPRING แม้จะดำเนินธุรกิจในภาคบริการด้านการเงินและการลงทุนครบวงจรแต่ก็ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเหล่านี้ทางอ้อม"XPG แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 50.47 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.0047 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 62.99 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.0059 บาท
อย่างไรก็ดี แม้สถานการณ์จะมีความยากลำบากเพิ่มขึ้น แต่ผลการดำเนินงานของ XSPRING ยังคงออกมาเป็นบวก โดยมีกำไรสุทธิ 50,473,801 บาท รายได้รวม 238,721,800 บาท มาจากรายได้จากค่าธรรมเนียม และบริการ 66,605,161 บาท รายได้ดอกเบี้ย 126,952,817 บาท รายได้จากกำไรที่เกิดจากการลงทุน 13,103,078 บาท รายได้จากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทลูกที่ไปลงทุน 1,348,500 บาท และรายได้อื่นๆ 5,309,874 บาท
สำหรับไตรมาส 1/69 รายได้ดอกเบี้ยปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากยอดสินเชื่อคงค้างลดลงจากไตรมาส 4/68 แต่มีรายได้จากการรับรู้กำไรจากการถือหุ้น 49.71% ใน บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) ซึ่งมีรายได้จากธุรกิจ Brokerage ที่กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตามความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะเดียวกันรายได้จากธุรกิจ Non-Brokerage ก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปตลอดทั้งปีโดยเฉพาะจากผลิตภัณฑ์ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt: DR) ที่ได้รับอานิสงส์จากบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาคึกคักในเกือบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียเดินหน้าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นเดือน
ขณะเดียวกันดัชนี Nasdaq 100 และ S&P 500 ปรับตัวขึ้นทำสถิติใหม่ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Nvidia สอดคล้องกับพฤติกรรมนักลงทุนรุ่นใหม่ที่สนใจกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปต่างประเทศมากขึ้น จึงส่งผลให้รายได้ส่วนนี้เติบโตอย่างโดดเด่น จนสามารถขึ้นเป็นผู้ให้บริการที่ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ได้อย่างต่อเนื่อง หรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 20% ซึ่งในปีนี้มีแผนจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากธุรกิจ Non-Brokerage ยังมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การลงทุน รายได้จากที่ปรึกษาทางการเงิน รายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง รวมถึงรายได้จากผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ
นอกจากนี้ XSPRING ยังมุ่งเน้นไปสู่การสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) ที่ในปีนี้ยังคงเน้นการเปิดตัวกองทุนใหม่ภายใต้ธีมหลักในเรื่องของ เทคโนโลยี AI และ Data Center ซึ่งอยู่ในเทรนด์โลก โดยทั้งกองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์และยูเรเนียม (X-NUCTECH) กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ (X-EMBOND) กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงควอนตัมคอมพิวเตอร์ (X-QUANTUM) และกองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นญี่ปุ่น ท็อปเทคโนโลยี (X-JPTOPTECH) ล้วนได้รับการตอบรับสูง
ล่าสุด XSpring AM ได้เดินหน้าเปิดกองทุนใหม่อีกหนึ่งกอง ภายใต้ชื่อ "กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง อิเล็คทริฟิเคชัน อิควิตี้ (X-VOLT)" ลงทุนตรงในห่วงโซ่อุปทานของการใช้พลังงานไฟฟ้า
ในด้านรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ โดยบริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด (XSpring Digital) ปีนี้มีโอกาสในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมอย่างโดดเด่นจากธุรกิจให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล ICO Portal โดยในไตรมาส 2/69 เสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน "Aquarous Investment Token" Investment Token ที่มีลักษณะคล้ายหนี้ (Debt-liked Token) ออกและเสนอขายโดยบริษัท ไวส์ เอสพีวี 2 จำกัด จากความสำเร็จนี้ทำให้ในปีนี้มีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามาขอคำปรึกษาเพื่อออกโทเคนจำนวนมาก เนื่องจากการแปลงโครงการหรือทรัพย์สินให้เป็นโทเคนดิจิทัล (Real World Asset : RWA) จะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในอนาคตเพราะมีสินทรัพย์หนุนหลังสร้างความอุ่นใจให้นักลงทุน
"แม้ในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ จนทำให้ต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลต่อภาคการเงินและการลงทุนโดยรวม แต่จากภาวะสงครามที่เริ่มคลี่คลาย ประกอบกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เริ่มทรงตัว ทำให้เราเชื่อว่าไตรมาส 1 ที่ผ่านมาอาจเป็นจุดต่ำสุดของอุตสาหกรรมการเงินและการลงทุน นักลงทุนยังคงมองหาช่องทางสร้างผลตอบแทนที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการด้านการบริหารจัดการการลงทุนยังเติบโต และแม้ในระยะสั้นธุรกิจสินเชื่อจะได้รับผลกระทบจากภาคเอกชนที่ชะลอการขอสินเชื่อเพื่อรอความชัดเจนทางเศรษฐกิจ แต่เรามองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นเพียงการชะลอตัวชั่วคราว แนวโน้มในระยะยาวยังคงมีทิศทางฟื้นตัวเมื่อความเชื่อมั่นและสภาพเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น" นางสาววรางคณา กล่าว