นางสาวรวิสรา อัศวเหล่าวรพงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.แพลน บี มีเดีย [PLANB] เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในปี 69 บริษัทยังมุ่งเน้นการเติบโตทั้งรายได้ และความสามารถในการทำกำไร ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยคงเป้าหมายรายได้จากการขายและการให้บริการ เติบโต 6-7 % จากการรับรู้รายได้เต็มปีของพอร์ตสื่อที่ขยายขึ้น และการบริหารอัตราการใช้สื่อทั้งปีให้อยู่ที่ระดับมากกว่า 75%
โดยการเติบโตของรายได้ในปีนี้ จากการรับรู้รายได้ของสื่อนอกบ้าน ซึ่งตั้งเป้ารายได้ 7,800-8,000 ล้านบาท รวมทั้งรับรู้รายได้เต็มปีจากการบริหารสื่อของ VGI และเครือข่ายรถไฟฟ้า BTS พร้อมทั้งรุกหนัก Engagement Marketing บริษัทตั้งเป้ารายได้จากส่วนนี้ที่ 2,000 - 2,200 ล้านบาท โดยเน้นธุรกิจมวยไทย ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมมากกว่า 5 แสนคน
ด้านความสามารถในการทำกำไรตั้งเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32-33% รวมถึงควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A To sales) ทรงตัวในกรอบ 13-14% จากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย และผลของยอดขายที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้านงบลงทุนปีนี้อยู่ที่ 700-900 ล้านบาท โดยบริษัทจะใช้งบลงทุนเพื่อปรับปรุงต่อยอดสื่อเดิมราว 500-600 ล้านบาท และลงทุนใหม่ 200-300 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 2,484 ล้านบาท เติบโต 10.3% YoY สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของทุกธุรกิจ โดยธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (OOH) มีรายได้ 1,830 ล้านบาท เติบโต 8.6% YoY จากการเติบโตของทุกกลุ่มสื่อโฆษณา โดยมีอัตราการใช้สื่ออยู่ที่ 69.9% พร้อมรับรู้รายได้จากการบริหารสื่อ VGI จำนวน 20 ล้านบาท ธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม มีรายได้ 654 ล้านบาท เติบโต 15.6% YoY จากการเติบโตโดดเด่นของธุรกิจสปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ทั้งการรับรู้รายได้จากสิทธิประโยชน์ฟุตบอล English Premier League และการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจมวยจากกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/68
อัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ 31.3% ลดลงจาก 33.6% YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจมิวสิก มาร์เก็ตติ้ง ที่ลดลง การรับรู้ต้นทุนทางบัญชีจากการปันส่วนราคาซื้อ (PPA) รวมถึงการรับรู้ต้นทุนของบริษัท ฮัลโล บางกอก แอลอีดี จำกัด เต็มไตรมาส กำไรจากการดำเนินงาน อยู่ที่ 438 ล้านบาท ลดลง 3.5% YoY จากค่าใช้จ่ายด้านการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าคอมมิชชันที่สอดคล้องกับการขยายตัวของรายได้ธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเพื่อสนับสนุนการขยายฐานผู้ชมของธุรกิจกีฬามวย
EBITDA อยู่ที่ 1,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% YoY ขณะที่กำไรสุทธิ อยู่ที่ 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% YoY จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากปีก่อน โดยนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทที่ผลประกอบการไตรมาส 1 ปกติเป็นช่วงอ่อนตัวที่สุดของปี สามารถสร้างเม็ดเงินได้สูงกว่าสองร้อยล้านบาท ควบคู่กับกระแสเงินสดอิสระ 1,063 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจและความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง
ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 2/69 ทิศทางยังคงเป็นบวกชัดเจน โดยอัตราการใช้สื่อ (Utilization Rate) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมายังคงรักษาระดับสูงอยู่ที่ประมาณ 70% ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสแรก และคาดว่าภาพรวมทั้งไตรมาสจะเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์โลกอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะปัจจัยด้านพลังงานและสงครามที่อาจกระทบต่องบโฆษณาของลูกค้า แต่ยังเชื่อมั่นว่าบริษัทยังเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย