เช่นเดียวกับกำไรสุทธิจากกิจกรรมปกติในงวดนี้เพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้าและไตรมาสที่ผ่านมา โดยไตรมาสนี้ทำได้ 254.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% จากไตรมาส 1/68 ที่ทำได้ 227.4 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 5.6% จากไตรมาส 4/68 ที่ทำได้ 240.6 ล้านบาท เป็นผลจากการเติบโตของกำไรขั้นต้นจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
"นับจากช่วงไตรมาส 1/69 เป็นต้นมา ACE มีพัฒนาการเชิงบวกด้านการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าให้เห็นเป็นระยะ ตั้งแต่การเปิด COD โครงการโซลาร์ฟาร์มในกลุ่ม 18 โครงการที่ชนะการประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 - 2573 เพิ่มจำนวน 2 โครงการ สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวม 13.29 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ปัจจุบัน ACE สามารถเปิด COD โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มกลุ่มนี้ได้แล้วรวม 15 โครงการ ส่วนอีก 3 โครงการ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิด COD เพิ่มภายในปี 2570 นอกจากนี้ล่าสุด ACE ก็เพิ่งชนะการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนของเทศบาลเมืองสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา คาดว่าจะมีกำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) 8.0 เมกะวัตต์ ส่งผลให้พอร์ตของกลุ่มโรงไฟฟ้าขยะชุมชนของ ACE ขยายเพิ่มรวมเป็น 10 แห่งทั่วประเทศ"