SINO เปิดงบ Q1/69 กำไรวูบ 93% ค่าระวางเรือดิ่ง เร่งหั่นต้นทุน-อัดงบ IT ปูทางดิจิทัล ลุ้น Q2/69 ฟื้นเด่น

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday May 18, 2026 14:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น [SINO] รายงานผลประกอบการในไตรมาส 1/69 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ 599 ล้านบาท ลดลง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการปรับตัวลดลงของรายได้ธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea Freight) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท ตามภาวะอัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลงจากระดับสูงในปีก่อนหน้า แม้ว่าปริมาณการขนส่งสินค้าของบริษัทจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้านกำไรสุทธิ 2 ล้านบาท ลดลง 25 ล้านบาท หรือ 93% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลตามภาวะค่าระวางเรือที่ปรับตัวลดลง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการลงทุนในอนาคต

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SINO เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในไตรมาส 1/69 มีความผันผวนจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากบริการขนส่งสินค้าไปยังตะวันออกกลางเพียง 2% ของรายได้รวม และได้มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจเชิงรุกผ่านการนำเสนอโซลูชันด้านการขนส่งแก่ลูกค้า ตลอดจนได้รับปัจจัยหนุนจากค่าเฉลี่ยดัชนีค่าระวางเรือเส้นทางไทย-สหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1,700 จุด จาก 1,500 จุดในไตรมาสก่อน ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้รวม 601 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และปริมาณขนส่งสินค้าทางทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 12,800 ตู้ จาก 12,200 ตู้ในไตรมาสก่อน

ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2 ล้านบาท ชะลอตัว โดยบริษัทฯ มีการลงทุนด้านระบบไอทีเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพและความรวดเร็วแก่บริการขนส่งสินค้า ช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

นายนันท์มนัส กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 มีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวก ได้แก่ 1) การเพิ่มบุคลากรฝ่ายขายเพื่อขยายฐานลูกค้าในไทยและต่างประเทศ เช่น จีน, เอเชีย, ยุโรป 2) ปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลในเดือนเมษายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 4,300 ตู้ มากกว่าเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่มีปริมาณ 4,180 ตู้ และ 4,000 ตู้ตามลำดับ ขณะที่แนวโน้มเดือนพฤษภาคม 2569 คาดว่าปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ตู้ สะท้อนการฟื้นตัวของดีมานด์ และ 3) ดัชนีค่าระวางเรือเส้นทางไทย-สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ระดับกว่า 1,900 จุด

ขณะที่แผนงานขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ เริ่มเปิดบริการ "ห้องควบคุมอุณหภูมิ" ภายในคลังสินค้าปลอดอากร ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าที่ต้องการจัดเก็บในพื้นที่ควบคุมอุณหภูมิ อาทิ สินค้าประเภทเครื่องดื่ม, ไวน์, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, สินค้าไฮเทคโนโลยี, เครื่องสำอาง, อาหารระดับพรีเมียม ฯลฯ โดยมีผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่กว่า 30%

ส่วนธุรกิจคลังสินค้าให้เช่า ล่าสุดได้เปิดบริการคลังสินค้าใหม่อีก 2 หลัง มีพื้นที่รวมประมาณ 10,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมติดตั้งระบบ Warehouse Management System ที่มีความทันสมัย เพื่อรองรับผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ประกอบด้วย 1) คลังสินค้าทั่วไป (General Warehouse) มีพื้นที่ 7,292 ตารางเมตร และ 2) คลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone Warehouse) มีพื้นที่ 2,760 ตารางเมตร ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีคลังสินค้าให้เช่าคิดเป็นพื้นที่รวม 43,584 ตารางเมตร

นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ทเนอร์เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนและสำนักงานในประเทศอินโดนีเซีย ตามแผนยุทธศาสตร์ Sino Worldwide รองรับขยายฐานธุรกิจบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนและก้าวสู่ผู้นำโลจิสติกส์ระหว่างประเทศครบวงจรในระดับภูมิภาค คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ