นางสาวภิญญดา แสงศักดาหาญ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป [TU] เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้ายอดขายปี 69 เติบโต 3-4% จากสมมติฐานค่าเงินอยู่ที่ 32.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่าจะมาช่วยสนับสนุนเป้าหมายของบริษัท ขณะเดียวกันยอดขายปีนี้จะมาจากการเติบโตของทุก ๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์ (Feed)
ด้านอัตรากำไรขั้นต้นตั้งเป้าหมายที่ 19-20% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) ที่ 13.5-14.5% ซึ่งรวมผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ ไปแล้ว และมีค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งที่จะใช้สนับสนุนด้านกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 2/69 คาดผลการดำเนินงานเติบโตดีขึ้น เนื่องจากไตรมาส 1 เป็นช่วง Low season ของธุรกิจ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Care) และธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (Value-Added) เนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) มากกว่า 20% อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีสัดส่วนต่อยอดขายอยู่ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป และธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนยอดขายกลุ่มธุรกิจ Pet Care และ Value-Added เป็น 25-30% ของยอดขายรวมภายในปี 73 ซึ่งจะช่วยหนุนให้ GP ของบริษัทเพิ่มขึ้นแตะระดับ 21-23% จากปัจจุบันอยู่ที่ 19%
ขณะที่ประเด็นการปรับลดภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายหลังคำวินิจฉัยของศาลสูงสุด ซึ่งเปิดโอกาสในการขอคืนภาษี โดยปัจจุบันสหรัฐฯ ได้เปิดกระบวนการยื่นคำร้องเพื่อให้ผู้นำเข้าดำเนินการยื่นคำร้องขอคืนภาษีที่ได้ชำระแล้ว อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับการดำเนินการหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ ในการพิจารณา และระยะเวลาดำเนินการ