ท่ามกลางโลกการลงทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวน นักลงทุนยุคใหม่เริ่มตั้งคำถามมากขึ้นถึงวิธีการที่จะทำอย่างไรให้พอร์ตยังเดินหน้าได้ แม้ในช่วงภาวะตลาดจะไม่เป็นใจ เพราะในความเป็นจริง ตลาดหุ้นไม่ได้ขึ้นตลอดเวลา บางช่วงพุ่งแรง บางช่วงแกว่งตัวไร้ทิศทาง และบางช่วงก็ปรับฐานหนักจากปัจจัยเศรษฐกิจ สงคราม หรือความกังวลระดับโลก
ในอดีต นักลงทุนจำนวนมากอาจมีทางเลือกเพียง "ซื้อแล้วรอให้ขึ้น" แต่ปัจจุบัน ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(TFEX) ได้เข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดในการลงทุน จากเดิมที่นักลงทุนเป็นฝ่ายรอให้ตลาดกำหนดผลลัพธ์ วันนี้นักลงทุนสามารถ "บริหารความเสี่ยง" และ "สร้างโอกาส" ได้แม้ตลาดจะอยู่ในสภาวะใดก็ตาม
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ TFEX แล้วนึกถึงภาพของการเก็งกำไรระยะสั้น หรือการเทรดที่มีความเสี่ยงสูง แต่ความจริงแล้ว TFEX คือเครื่องมือทางการเงินที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้นักลงทุนบริหารพอร์ตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการป้องกันความเสี่ยง การกระจายการลงทุน และการใช้เงินทุนอย่างคุ้มค่า
แนวคิดสำคัญที่สุดของตลาด TFEX คือ โอกาสลงทุนไม่ได้มีเฉพาะตอนตลาดขึ้น เพราะในโลกความจริง ตลาดมีทั้งขึ้น-ลง และผันผวนอยู่ตลอดเวลา นักลงทุนที่มีเครื่องมือครบจึงมักได้เปรียบกว่าเสมอ
ตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนถือหุ้นอยู่จำนวนมาก และเริ่มกังวลว่าตลาดอาจเผชิญแรงขายจากข่าวเศรษฐกิจโลก นักลงทุนไม่จำเป็นต้องรีบขายหุ้นทั้งหมดออกมาเสมอไป แต่สามารถใช้ Futures หรือ Options เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงของพอร์ตได้
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า Futures ไม่ได้มีไว้เพื่อเดาตลาดอย่างเดียว แต่สามารถใช้เป็นเครื่องมือประกันพอร์ตได้ หากนักลงทุนมีหุ้นอยู่แล้วและกังวลว่าตลาดจะลง การ Short SET50 Futures ก็เหมือนการติดเบรกให้พอร์ต ไม่จำเป็นต้องขายหุ้นทิ้งทั้งหมด แต่ยังลดผลกระทบจากการปรับฐานได้ ตัวอย่างนี้ยังสะท้อนข้อดีของ TFEX ในเรื่องการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากนักลงทุนต้องการซื้อหุ้น 50 ตัวในดัชนี SET50 ด้วยตนเอง อาจต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่การใช้ SET50 Futures สามารถเข้าถึงการเคลื่อนไหวของดัชนีได้โดยใช้เงินวางหลักประกันน้อยกว่าเงินลงจริง
สมมติ คุณถือหุ้นใหญ่ในกลุ่ม SET50 อยู่ และกังวลว่าตลาดอาจปรับตัวลงแรงจากปัจจัยภายนอก คุณสามารถใช้ SET50 Futures หรือ SET50 Options เพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตได้ คล้ายกับการซื้อประกันสุขภาพ หรือประกันรถยนต์ เราไม่ได้อยากให้เกิดการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง ความเสียหายจะไม่รุนแรงเกินรับไหว
TFEX จึงกลายเป็นเครื่องมือที่นักลงทุนสถาบันหรือกองทุนขนาดใหญ่ทั่วโลกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารพอร์ต เพราะเป้าหมายไม่ได้มีแค่กำไรสูงสุด แต่คือ การควบคุมความเสี่ยงให้ดีที่สุด มากกว่า และไม่ได้เป็นเพียงสนามเก็งกำไร แต่เป็นเครื่องมือป้องกันพอร์ตลงทุน ที่ช่วยให้การลงทุนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
หัวใจสำคัญของการลงทุนใน Futures ไม่ได้อยู่ที่การทายตลาดถูกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเข้าใจ อัตราทด (Leverage) เพราะ Futures คือเครื่องมือที่ใช้เงินจำนวนน้อยเพื่อควบคุมมูลค่าสินทรัพย์ที่ใหญ่กว่า สามารถทำให้ทั้งกำไรและขาดทุนเกิดขึ้นได้เร็วกว่าการลงทุนทั่วไป
นักลงทุนมือใหม่จำนวนมากมักเข้าใจผิดว่าใช้เงินน้อยจึงเสี่ยงน้อย แต่ในความเป็นจริง ยิ่งใช้เงินน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าสัญญา นั่นหมายถึงกำลังใช้ Leverage สูงขึ้น และพอร์ตจะผันผวนแรงขึ้นตามไปด้วย
ตัวอย่างเช่น หากสัญญา Futures มีมูลค่า 1.5 ล้านบาท แต่ใช้เงินวาง Margin เพียง 150,000 บาท เท่ากับนักลงทุนกำลังใช้ Leverage ประมาณ 10 เท่า ดังนั้นหากราคาทองคำขยับเพียง 1% ผลตอบแทนจริงของพอร์ตอาจเปลี่ยนถึงประมาณ 10% ทันที ทั้งในด้านกำไรและขาดทุน
มันจึงกลายเป็นเหตุผลว่าทำไม Futures ถึงสามารถสร้างผลตอบแทนได้รวดเร็ว แต่ในอีกด้านก็สามารถทำให้พอร์ตเสียหายได้เร็วเช่นกัน หากใช้ Leverage มากเกินไปโดยไม่เข้าใจความเสี่ยง
แม้แต่นักลงทุนมืออาชีพเอง ก็ไม่ได้มองเพียงว่า จะกำไรได้เท่าไร? แต่จะคิดก่อนเสมอว่า หากตลาดผิดทาง พอร์ตจะเสียหายแค่ไหน? เพราะในตลาดจริง ไม่มีใครถูกทุกครั้ง แต่คนที่อยู่รอดได้ระยะยาวคือคนที่ควบคุมความเสี่ยงและบริหาร Leverage ได้ดี
Futures จึงไม่ใช่เครื่องมือที่อันตรายในตัวเอง แต่อันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ลงทุนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังใช้ Leverage สูงแค่ไหน และไม่มีแผนรองรับเมื่อความผันผวนเกิดขึ้นจริง เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำลายพอร์ตของนักลงทุนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ตลาด หรือตัวสินค้า แต่คือการใช้ Leverage มากเกินไปโดยขาดการบริหารความเสี่ยงนั่นเอง
อีกจุดที่สำคัญ นอกเหนือจากเรื่องการกระจายความเสี่ยง ยังมีเรื่องของประสิทธิภาพของเงินลงทุน เพราะในตลาดหุ้น หากต้องการลงทุนตามดัชนี SET50 นักลงทุนอาจต้องซื้อหุ้นหลายสิบตัวเพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี แต่ใน TFEX นักลงทุนสามารถใช้ SET50 Futures เพื่อสะท้อนการเคลื่อนไหวของตลาดโดยรวมได้ทันที โดยใช้เงินที่น้อยกว่ามาก
แนวคิดนี้คล้ายกับการใช้ทางลัดซื้อทั้งตระกร้า เพื่อเข้าถึงตลาดทั้งตลาด แทนที่จะต้องกระจายซื้อหุ้นทีละตัว ช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารสภาพคล่องได้ดีขึ้น และมีเหลือเงินบางส่วนไว้ลงทุนโอกาสอื่น
เมื่อพูดถึงการกระจายความเสี่ยง นักลงทุนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าไม่ควรนำเงินทั้งหมดไปไว้ในสินทรัพย์เดียว เช่น ไม่ถือแต่หุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีสินทรัพย์อื่นอย่างทองคำ พันธบัตร หรือสินค้าโภคภัณฑ์เข้ามาช่วยลดความผันผวนของพอร์ต
ปัญหาคือ การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกบางประเภทในอดีตอาจต้องใช้เงินสูง มีต้นทุนแฝง หรือยุ่งยากในการถือครอง เช่น การซื้อทองคำจริงต้องใช้เงินจำนวนมาก ต้องมีที่เก็บ และยังมีเรื่องส่วนต่างราคาซื้อขายเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทั้งหมดนี้จึงเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ TFEX พัฒนาสินค้าอย่าง Gold Online Futures ที่ล่าสุดเตรียมคลอด Mini Gold Online Futures (MGO) เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงตลาดทองคำโลกได้ง่ายขึ้น
Mini Gold Online Futures เป็นสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาทองคำโลก แต่ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้ใช้เงินเริ่มต้นต่ำกว่าเดิมมาก จากเดิม Gold Online Futures มีขนาดเทียบเท่าทองคำประมาณ 10 ทรอยออนซ์ แต่ MGO ลดเหลือเพียง 1 ทรอยออนซ์ หรือประมาณทองคำ 2 บาทไทยเท่านั้น ทำให้คนทั่วไปสามารถเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
โดยเตรียมเปิดซื้อขาย Mini Gold Online Futures อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยคาดว่าหลักประกันเริ่มต้นจะอยู่ราวประมาณ 15,000 บาท หรือประมาณ 10-15% ของมูลค่าสัญญา ซึ่งถือว่าต่ำกว่าการซื้อทองคำจริงหลายเท่า
ปัจจุบันราคาทองคำจริงอยู่ที่บาทละ 70,000 บาท ลองนึกภาพว่าหากคุณต้องการลงทุนทองคำจริง 2 บาท อาจต้องใช้เงินมากกว่า 150,000 บาท แต่ในตลาด Futures คุณอาจใช้เงินเพียงหลักหมื่นเพื่อเข้าถึงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ MGO ยังรักษาจุดเด่นของ Gold Online Futures เอาไว้ครบ ทั้งการอ้างอิงราคาทองคำโลก การซื้อขายตามเวลาตลาดต่างประเทศ และความสามารถในการทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
หากนักลงทุนมองว่าราคาทองจะขึ้น ก็สามารถเปิด Long หรือซื้อก่อนขายทีหลังได้ เช่น ซื้อที่ 4,750 แล้วขายที่ 4,770 ส่วนต่าง 20 ดอลลาร์ เมื่อนำมาคูณด้วยตัวคูณ 30 เท่า จะได้กำไร 600 บาทต่อสัญญา
แต่หากมองว่าราคาทองจะลง ก็สามารถเปิด Short หรือขายก่อนซื้อคืนภายหลังได้ เช่น ขายที่ 4,840 แล้วซื้อคืนที่ 4,810 ส่วนต่าง 30 ดอลลาร์ คูณ 30 จะได้กำไร 900 บาทต่อสัญญา
การมี MGO ได้สร้างความแตกต่างสำคัญระหว่างการถือทองคำจริงกับการใช้ Futures เพราะทองจริงมักได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้นเท่านั้น แต่ Futures เปิดโอกาสให้ทำกำไรได้แม้ตลาดเป็นขาลง แถมใช้เงินลงทุนที่ต่ำกว่า
อีกจุดที่ทำให้ Mini Gold Online Futures ถูกพูดถึงมากคือแนวคิดการไม่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน( No FX Risk) การลดความซับซ้อนเรื่องค่าเงินแม้ราคาจะอ้างอิงทองคำโลกที่เป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่ตัวสัญญาถูกกำหนดให้ทุกการเปลี่ยนแปลง 1 ดอลลาร์ มีค่าเท่ากับกำไรหรือขาดทุน 30 บาท นักลงทุนจึงติดตามราคาและคำนวณผลตอบแทนได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องการแปลงค่าเงินตลอดเวลา
นอกจากนี้ MGO ยังซื้อขายได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วงกลางวันเวลา 09.1516.55 น. และกลางคืน 18.4503.00 น. ของวันถัดไป ทำให้นักลงทุนสามารถตอบสนองต่อข่าวเศรษฐกิจโลกได้ทันที โดยเฉพาะช่วงที่ สหรัฐฯประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
ในด้านความน่าเชื่อถือ การซื้อขายผ่าน TFEX ยังช่วยลดความกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะเป็นตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล มีระบบ Clearing House มีมาตรฐานการซื้อขาย และชำระราคาแบบ Cash Settlement หรือชำระเป็นเงินสด ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า TFEX ไม่ได้เป็นตลาดสำหรับนักเก็งกำไรเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาสในการลงทุน
ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนประเภทใดก็ตาม ทั้งมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นด้วยเงินไม่มาก นักลงทุนหุ้นที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต หรือคนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังทองคำและสินทรัพย์ทางเลือก TFEX สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งเรื่องโอกาส การบริหารความเสี่ยง และประสิทธิภาพของเงินลงทุน
เพราะในโลกการลงทุนยุคใหม่ คนที่ได้เปรียบที่สุดอาจไม่ใช่คนที่ทายตลาดถูกทุกครั้ง แต่คือคนที่มีเครื่องมือพร้อมรับมือกับทุกสภาวะตลาดมากกว่า
ธิติ ภัทรยลรดี