(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์อัพ รับตอ.กลางผ่อนคลายแม้ยังไม่ชัดเจน-ไร้ปัจจัยใหม่หนุน

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday May 22, 2026 09:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์อัพ จากที่ปัจจัยเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วงนี้ที่ผ่อนคลายลงมาบ้าง แม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนออกมาก็ตาม แต่ยังเป็นปัจจัยที่หนุนต่อตลาดหุ้นได้ในช่วงนี้

ขณะที่ในประเทศยังไม่มีปัจจัยใหม่หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงการประกาศงบฯไตรมาส 1/69 ไปแล้ว และรับรู้ข่าวเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐไปแล้ว และคืนนี้ก็ติดตามการเข้าสาบานตนของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่

โดยให้แนวต้าน 1,550 จุด แนวรับ 1,520 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (21 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,285.66 จุด เพิ่มขึ้น 276.31 จุด หรือ +0.55%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,445.72 จุด เพิ่มขึ้น 12.75 จุด หรือ +0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,293.10 จุด เพิ่มขึ้น 22.74 จุด หรือ +0.09%

- ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 61,913.36 จุด เพิ่มขึ้น 229.22 จุด หรือ +0.37%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,641.80 จุด เพิ่มขึ้น 255.28 จุด หรือ +1.01% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่

ระดับ 4,096.17 จุด เพิ่มขึ้น 18.89 จุด หรือ +0.46%

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (21 พ.ค.) 1,532.67 จุด เพิ่มขึ้น 4.24 จุด (+0.28%) มูลค่าซื้อขาย 54,734.24 ล้านบาท

- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (21 พ.ค.) 3,282.53 ล้านบาท

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ค. (21 พ.ค.) ลดลง 1.91 ดอลลาร์ หรือ 1.94% ปิดที่ 96.35 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (21 พ.ค.) อยู่ที่ 20.10 ดอลลาร์/บาร์เรล

- เงินบาทเปิด 32.62 แนวโน้มผันผวนท่ามกลางตอ.กลางยังไม่แน่นอนสูง

- "ทรัมป์" ส่งสัญญาณรอได้อีก 2-3 วัน เพื่ออิหร่านให้คำตอบที่ถูกต้อง แต่ถ้าไม่ยอมตกลงแผนสันติภาพ พร้อมโจมตีทันที ย้ำจุดยืนขวางเตหะรานครอบครองนิวเคลียร์ ด้านรมต.ต่างประเทศอิหร่านสวนทันควัน อิหร่านพร้อมทั้งเจรจาและต่อสู้หากจำเป็น

- "นายกฯ หนู" เตรียมลงนามปลดล็อกส่งออกน้ำมันเครื่องบิน หุ้นโรงกลั่น BCP-TOP-SPRC-IRPC-PTTGC รับอานิสงส์

หลังเวียดนาม-ฟิลิปปินส์อ้าแขนรับ Jet A1 ระบายสต๊อกล้นระบบ

- "สรรเพชญ" เร่งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ท่าเรือกรุงเทพ ด้าน กทท.อ้างอยู่ระหว่าง ทบทวนผลศึกษาเดิม ประเมินใช้พื้นที่

500 ไร่ รองรับโครงการลงทุนมิกซ์ยูสไม่มีกาสิโน ส่วนแผนพัฒนาชุมชนคลองเตย คงข้อเสนอ 3 ทางเลือก พร้อมเดินหน้า
ทำ Smart Community คอนโดฯ ที่อยู่อาศัย

- 10 กลุ่มเหล็ก ชี้ 2 สถานการณ์น่าห่วง ทั้งสินค้าเหล็ก ทุ่มตลาด และเครื่องจักรเก่าโรงงานเหล็กราคาถูกจากจีนทะลักเข้า ไทย จี้ สมอ.พิจารณาบังคับใช้ มอก. ยกระดับความปลอดภัย ควบคุมการผลิตเหล็กเส้นจากเตา IF

- แม่ทัพ "แอร์เอเชีย" งัดประสบการณ์ตรง 25 ปี บนน่านฟ้าอุตสาหกรรมการบิน "มองต่าง" แผนขึ้นค่าบริการผู้โดยสาร

ขาออก (Passenger Service Charge: PSC) ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แนะ "ทอท." ขยับแผนอย่างน้อย 1 ปี หวังทบทวน
มาตรการรักษาแชมป์ท่องเที่ยวไทย-ดึงต่างชาติเข้าประเทศ ภาวะสงครามกระทบเศรษฐกิจต่อเนื่อง สายการบินเร่งบริหารจัดการต้นทุนสอดคล้องดีมานด์

*หุ้นเด่นวันนี้

- CK (พาย) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 23 บาท ได้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐ และด้วยฐาน Backlog ที่มีอยู่กว่า156,000 ล้านบาท จะหนุนให้รายได้เป็นไป ตามที่คาดที่ 44,803 ล้านบาท (และกำไรสุทธิ 2,122 ล้านบาท) แม้งานใหม่อาจจะมาไม่ทัน แต่ด้วย Backlog ที่อยู่ในระดับสูง รวมกับผลดีจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ ที่คาดว่าจะมีงานใหม่ออกมา ทำให้ยังมีความโดดเด่น จากการที่ทยอยรับรู้รายได้เข้ามา และมีงานใหม่เข้ามาหนุน

- BA (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ" ราคาเป้าหมายที่ 18.07 บาท ภาพรวมยอดจองล่วงหน้าเดือน มิ.ย.-ก.ย. ล่าสุดยังเติบโตได้เล็กน้อย โดยเส้นทางสมุยยังเติบโตและชดเชยเส้นทางอื่น ขณะที่ค่าโดยสารมีการปรับขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วน ปัจจุบันบริษัทมีการ Hedge ราคาน้ำมันเครื่องบินล่วงหน้าในสัดส่วน 30% ที่ราว US$80 ต่อบาร์เรล และคาดกำไรปกติ 2Q26 จะชะลอทั้ง q-q และ y-y ก่อนเร่งตัวใน 3Q26 จาก High Season เรามองว่า BA จะถูกกระทบจากสงครามจำกัดกว่าคู่แข่งจากธุรกิจที่ Diversify มากกว่า ส่วนระยะสั้นได้ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบที่ย่อตัวลงเช่นกัน จุดเด่นยังเป็นปันผลระดับ 5-6% ต่อปี

- CPALL (ดาโอ) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 63 บาท คาด 2Q26E เติบโตต่อ รับแรงหนุนนักท่องเที่ยวและอากาศร้อน บริษัท

คงเป้าขยายสาขาในประเทศไทยปี 2026E ที่ 700 สาขา โดย 1Q26 เปิดสาขาใหม่สุทธิ 139 สาขา ขณะที่ผลกระทบจากการปิดสาขาในกัมพูชายังจำกัดต่อรายได้รวม และคาดแนวโน้มรายได้ 2Q26E ยังเติบโต YoY แม้อัตราการเติบโตอาจชะลอลงจากฐานสูงใน 1Q26 แต่บริษัทเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนสินค้า high-margin และออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง แม้อาจมีผลกระทบด้าน cannibalization ต่อสินค้ากลุ่มเดิมบางส่วน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ