BAM สลัดภาพทวงหนี้ชู รพ.แก้หนี้-บุก JV เต็มสูบ พร้อมบินลัดฟ้าเจรจา KAMCO มั่นใจปี 69 กวาดกำไร 2 พันลบ.ตามนัด

ข่าวอสังหา Monday May 25, 2026 12:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

BAM สลัดภาพทวงหนี้ชู รพ.แก้หนี้-บุก JV เต็มสูบ พร้อมบินลัดฟ้าเจรจา KAMCO มั่นใจปี 69 กวาดกำไร 2 พันลบ.ตามนัด

ซีอีโอ BAM นำทัพพลิกมิติใหม่สู่ New Era มุ่งหน้าสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ Partnership แสวงหาความร่วมมือรอบทิศจาก "เพื่อน-คู่ค้า" ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่างยั่งยืน พร้อมปรับโฉมเป็น "โรงพยาบาลแก้หนี้" พุ่งเป้าคนตัวเล็กสร้างโอกาสเข้าถึงทรัพย์ราคายุติธรรม โชว์เมกะโปรเจ็คต์ปีนี้แก้เกมวิกฤิหนี้ครัวเรือน มั่นใจปีนี้กวาดกำไรเข้าเป้า 2 พันล้านบาท วางPositioning เทียบชั้นหุ้นแบงก์ถือยาวรับปันผล (Dividend Stock)

BAM สลัดภาพทวงหนี้ชู รพ.แก้หนี้-บุก JV เต็มสูบ พร้อมบินลัดฟ้าเจรจา KAMCO มั่นใจปี 69 กวาดกำไร 2 พันลบ.ตามนัด

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM แถลงทิศทางการดำเนินงานและกลยุทธ์ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยวางเป้าหมายกำไรสุทธิในปีนี้ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับแรก (First Priority) ที่ต้องทำให้ได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น

แม้ในไตรมาส 1/69 จะทำกำไรได้ 217 ล้านบาท แต่ก็เป็นไปตามสถิติปกติของทุกปีในไตรมาสแรกที่ผลดำเนินงานจะเป็นข่วงต่ำสุดของปี โดยเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการจะเติบโตแบบไต่ระดับ (Step up) ในไตรมาสที่เหลือของปีตามสถิติการจัดเก็บหนี้ โดยตั้งเป้ากำไรในแต่ละไตรมาสจากนี้ไว้ที่ราว 500-700 ล้านบาท ซึ่งปีนี้จะเน้นขายทรัพย์ในกลุ่มระดับราคาเล็กลงราว 50-300 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขายทรัพย์ก้อนใหญ่ราว 1,400-2,500 ล้านบาท เพื่อให้ขายได้ง่ายขึ้น และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

BAM สลัดภาพทวงหนี้ชู รพ.แก้หนี้-บุก JV เต็มสูบ พร้อมบินลัดฟ้าเจรจา KAMCO มั่นใจปี 69 กวาดกำไร 2 พันลบ.ตามนัด

ขณะที่เป้าหมายเรียกเก็บหนี้ปีนี้ 17,900 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 1/69 ทำได้แล้ว 3,026 ล้านบาท พร้อมขยับเพิ่มงบลงทุนซื้อหนี้เสีย (NPL) เข้ามาบริหารเพิ่มเป็น 5-8 พันล้านบาท

นายรักษ์ กล่าวว่า BAM ปรับภาพลักษณ์จากการเป็นผู้ทวงหนี้มาเป็น "โรงพยาบาล" เพื่อรักษาโรคหนี้ให้กับคนไทย ด้วยเมกะโปรเจ็กต์ในปีนี้ ได้แก่ TDR Format เปิดตัวโครงการ "เริ่มต้นใหม่กับ BAM" กลุ่มเป้าหมาย เน้นลูกหนี้ NPL รายย่อยที่เริ่มเป็นหนี้เสียไม่เกิน 3 ปี เพราะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสรักษาหายได้สูงกว่า โดยเสนอเงื่อนไขพิเศษ ตัดดอกเบี้ยค้างจ่ายออกทั้งหมด และอาจลดเงินต้นลงอีก 30% เพื่อให้ลูกหนี้สามารถกลับมาผ่อนชำระได้จริง ทางเลือกการชำระหนี้ หากมีเงินก้อนสามารถปิดหนี้ได้ทันทีในราคาพิเศษ หรือหากไม่มีเงินก้อนสามารถผ่อนชำระได้นานถึง 10 ปี โดยมีโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% ใน 3 ปีแรกสำหรับบางกรณี ตั้งเป้าอัตราการรักษาหนี้หาย (Success Rate) ที่ 25% ซึ่งเป็นระดับมาตรฐานสากล

NPA Format ใหม่ กลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพย์ (NPA) และการตั้งราคา โดยจะเลิกตั้งราคาเผื่อต่อ แต่ใช้หลัก "True Value" โดยตั้งราคาขายต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 15% เพื่อให้เกิดการระบายทรัพย์ที่รวดเร็ว ด้วยโมเดล Cost Plus คำนวณราคาจากต้นทุนบวกกำไรที่เหมาะสม เพื่อความยุติธรรมแก่ทั้งบริษัทและลูกค้า, โมเดลการขายทรัพย์พร้อมผู้เช่า เน้นการขายคอนโดมิเนียมพร้อมผู้เช่าและสัญญาเช่า 1 ปี เพื่อดึงดูดกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการรายได้ทันที, Asset for All: ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เช่น กทม. เพื่อให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยและเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในราคาถูก (เช่น ห้องละ 82,000 บาท ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท) ซึ่งจะขยายไปยังหน่วยราชการอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนั้น ยังจะการขยายจักรวาลพันธมิตร (The Bride Strategy) BAM เปรียบเทียบพันธมิตรร่วมทุน (JV) เป็นเหมือน "เจ้าสาว" เพื่อช่วยขยายฐานกำไร และขนาดสินทรัพย์ สถานะปัจจุบันมีพันธมิตรแล้ว 2 รายที่เริ่มสร้างกำไรอย่างงดงาม คือ AriAMC ที่ร่วมมือกับธนาคารออมสิน และ ArunAMC ที่ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย โดยขณะนี้กำลังเจรจาเพิ่มอีก 4 ราย โดย 2 รายแรก คาดว่าจะสรุปผลได้ภายในไตรมาส 2 และ 3 ของปีนี้ ส่วนอีก 2 รายที่มีความซับซ้อนกว่า คาดว่าจะชัดเจนในลำดับถัดไป โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะปรับสัดส่วนกำไรให้มาจากความร่วมมือกับพันธมิตร 30% และ BAM 70% เพื่อลดความเหนื่อยล้าขององค์กรหลัก

นายรักษ์ ยังเปิดเผยว่า ในแง่ของความร่วมมือกับต่างประเทศ ทีมผู้บริหารของ BAM จะเดินทางไปเจรจากับ KAMCO (Korea Asset Management Corporation) ซึ่งเป็นบรรษัทบริหารสินทรัพย์แห่งเกาหลี เพื่อแสวงหาโอกาสความร่วมมือ โดยเปิดกว้างในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเสนอให้เข้ามาซื้อทรัพย์ของ BAM ในรูปแบบปกติ หรือการนำทรัพย์มาตั้งเป็นกอง REIT แล้วเปิดให้เข้ามาลงทุน หรือ การเข้ามาถือหุ้นใน BAM

Portfolio optimization จัดชั้นทรัพย์ในพอร์ตใหม่ตามลำดับความเสี่ยง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง ใช้ระบบวิทยาศาสตร์วิเคราะห์อายุทรัพย์ หากพบทรัพย์ที่ถือครองเกิน 15 ปี (โซนสีแดง) จะเร่งระบายออกเพื่อลดภาระการตั้งสำรอง โดยตั้งเป้าคุมการตั้งสำรองปีนี้ไม่ให้เกิน 1,500 ล้านบาท (ลดลงจากปีที่แล้วที่ 2,100 ล้านบาท)

Process Improvement การเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กรในการขายทรัพย์ด้วยระบบสายพาน (Conveyor Belt) แยกหน่วยงานดูแลหนี้ตามขนาดทรัพย์ (Retail, SME, Corporate) เพื่อความเชี่ยวชาญและความรวดเร็ว กำหนดระยะเวลาการทำงาน (Service Level Agreement) ให้ชัดเจน เช่น ต้องเจอตัวลูกหนี้ภายในกี่วัน และสังคายนาระเบียบปฏิบัติ (SOP) ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2546 ให้เป็นสากลมากขึ้น

และ E-marketplace พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนสามารถนำทรัพย์มาวางขายผ่านระบบของ BAM ได้ ไม่เพียงเฉพาะทรัพย์ของ BAM เท่านั้น

นายรักษ์ กล่าวว่า หุ้น BAM ควรได้รับการจัดตำแหน่ง (Positioning) ให้เหมือนหุ้นธนาคารที่เน้นการถือยาวเพื่อรับปันผล (Dividend Stock) ไม่ควรเล่นแบบเก็งกำไร (Margin) เนื่องจากธุรกิจ AMC มีความซับซ้อน และต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจโมเมนตัมของธุรกิจ โดย BAM ยังคงรักษาอัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio) ที่ 70-90% และมีแผนจะปรับการจ่ายเงินปันผลเป็นปีละ 2 ครั้ง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้จากผลประกอบการปี 69 จ่ายในปี 70 เป็นต้นไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ