มองมุมต่าง: Thailand Tech Sector เปิดชื่อ 7 หุ้น theme AI ของตลาดหุ้นไทย

ข่าวเทคโนโลยี Monday May 25, 2026 14:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

มองมุมต่าง: Thailand Tech Sector เปิดชื่อ 7 หุ้น theme AI ของตลาดหุ้นไทย

ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมามีความหวัง หลังธีม "Tech Sector เมืองไทย" ถูกปลุกขึ้นมาเป็นธีมหลักของการลงทุนอีกครั้ง

ในอดีต นักลงทุนไทยมักคุ้นเคยกับหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ค้าปลีก ธนาคาร พลังงาน ไฟฟ้า และท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่รอบนี้ภาพเริ่มเปลี่ยนไป เพราะโลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI, Data Center, Cloud, EV, Drone และ Humanoid ซึ่งล้วนต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาล

สิ่งที่น่าสนใจคือ ภาพนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทย ก่อนหน้านี้ตลาดมาเลเซียเคยมีธีมหุ้น Data Center วิ่งกันยกแผง จนกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นมาเลเซีย

กลับมาที่ประเทศไทย คำถามคือเรามีหุ้นกลุ่มไหนที่สามารถเล่นธีมเดียวกันได้บ้าง คำตอบที่ตลาดเริ่มมองเห็นคือ กลุ่ม Tech และ Electronics ของไทย

จุดเริ่มต้นของธีมนี้มาจาก AI Demand ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยมี บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ [DELTA] เป็นพี่ใหญ่ที่นำตลาดมาก่อน เพราะ DELTA ถูกมองว่าเป็นหุ้นไทยที่เชื่อมกับเมกะเทรนด์ AI ได้ชัดที่สุด จากธุรกิจ Power Supply, Power Management และ Cooling Solutions ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และ AI Server โดยตรง

เมื่อ AI Server ต้องใช้พลังงานสูงขึ้นมาก ความต้องการระบบจ่ายไฟและระบบจัดการความร้อนจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ DELTA กลายเป็นหุ้นตัวแทนธีม AI ของตลาดหุ้นไทย หรือที่หลายคนเรียกว่า AI Proxy ของเมืองไทย

สิ่งที่ทำให้ตลาดให้ Premium กับ DELTA สูงกว่าหุ้นไทยทั่วไป คือ บริษัทไม่ได้โตตามเศรษฐกิจไทยเป็นหลัก แต่โตตามการลงทุนด้าน AI Infrastructure ของโลก ยิ่งบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเร่งลงทุน Data Center มากเท่าไร ความต้องการชิ้นส่วนของ DELTA ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

หลังจาก DELTA วิ่งนำมาแล้ว ตลาดจึงเริ่มมองหาหุ้นตัวอื่นใน Supply Chain เดียวกัน และนั่นทำให้หุ้นที่เคยถูกมองว่าธุรกิจกำลังอยู่ในวัฏจักรขาลงเริ่มกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

เริ่มจาก บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส หรือ [HANA] สิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทอยู่ใน Supply Chain ของ Semiconductor และ Electronics Assembly แม้ช่วงก่อนหน้าจะเผชิญแรงกดดันจากวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอตัว แต่เมื่อ AI Demand เข้ามาแย่งกำลังการผลิตในตลาดโลก ภาพของอุตสาหกรรมต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป

เมื่อ Demand ใหม่ไหลเข้ามาในระบบ Supply Chain เริ่มตึงตัว ราคาชิ้นส่วนบางประเภทเริ่มปรับขึ้น และยอดคำสั่งซื้อเริ่มฟื้นตัว ตลาดจึงเริ่มกลับมามองว่าธุรกิจของ HANA อาจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

นักลงทุนจึงเริ่มจับตายอดขายของบริษัท Semiconductor ระดับโลก เช่น Texas Instruments, ON Semiconductor และ Analog Devices เพื่อใช้เป็นสัญญาณประกอบว่าความต้องการชิ้นส่วนกำลังฟื้นจริงหรือไม่

ส่วน บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ หรือ [KCE] เป็นหุ้นที่เชื่อมโยงกับธีม PCB หรือแผงวงจรพิมพ์ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานของอุปกรณ์เทคโนโลยีแทบทุกประเภท ตั้งแต่รถยนต์ EV, อุปกรณ์อุตสาหกรรม, AI Server, Drone ไปจนถึง Humanoid Robot

ความน่าสนใจของ KCE คือไม่ได้เป็นเพียงหุ้น Automotive PCB แบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังถูกตลาดมองใหม่ในฐานะหุ้นที่อาจได้ประโยชน์จากความต้องการ PCB ระดับสูงทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อหุ้น PCB ทั่วโลกเริ่มปรับตัวขึ้นพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในไต้หวันอย่าง Chin-Poon, Nan Ya, Compeq, Unimicron หรือผู้เล่นรายใหญ่ในสหรัฐอย่าง TTM Technologies ซึ่งต่างได้รับแรงหนุนจากกระแส AI, High-performance Computing และ Defense

เมื่อหุ้น PCB ทั่วโลกเริ่มถูก Re-rate นักลงทุนไทยจึงหันกลับมามอง KCE ว่าอาจเป็นตัวแทนธีมนี้ในตลาดหุ้นไทย ยิ่งบริษัทพูดถึง Demand ใหม่จาก EV, Drone และ Humanoid เพิ่มเติมจากธุรกิจเดิม ยิ่งทำให้เรื่องราวของ KCE น่าสนใจขึ้น เพราะ PCB คือหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีเหล่านี้ทั้งหมด

อีกหุ้นที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นคือ บมจ.แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ [CCET] ซึ่งตลาดเริ่มให้ความสนใจ เพราะบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ใน AI Server และ Data Infrastructure

แม้ภาพของ CCET ในอดีตอาจถูกมองเป็นหุ้นรับจ้างผลิตอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แต่รอบนี้ตลาดเริ่มมองใหม่ว่า หากธุรกิจเริ่มเชื่อมกับ AI Server และ Data Infrastructure ได้ชัดขึ้น โอกาสในการ Re-rating ก็อาจเกิดขึ้นได้

AI Server ไม่ได้ต้องการแค่ชิปหรือ GPU เท่านั้น แต่ยังต้องการอุปกรณ์ประกอบจำนวนมาก ทั้ง Storage, Power Module, Connector, Board, Component และระบบสนับสนุนอื่น ๆ ทำให้บริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตอุปกรณ์เหล่านี้มีโอกาสได้รับประโยชน์ตามไปด้วย

ถัดมาคือ บมจ.สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ [SMT] ซึ่งเป็นอีกตัวที่เริ่มมี Story ชัดขึ้น โดยจุดสำคัญอยู่ที่งบไตรมาสล่าสุดที่เริ่มสะท้อนการเติบโตของอุปกรณ์ Optical ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าระดับโลกอย่าง Lumentum ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย

ประเด็นนี้สำคัญ เพราะธีม AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Semiconductor หรือ PCB แต่ยังรวมถึง Optical Components ด้วย เนื่องจาก Data Center ยุค AI ต้องการการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงมากขึ้น อุปกรณ์ Optical จึงกลายเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI

หาก SMT เริ่มเห็นยอดขายจากกลุ่ม Optical เติบโตจริง นั่นหมายความว่าบริษัทไม่ได้มีแค่ Story ในอนาคต แต่เริ่มมีตัวเลขในงบการเงินสะท้อนออกมาแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมาก เพราะหุ้นที่มีทั้ง Story และ Earnings Momentum มักได้รับความสนใจมากกว่าหุ้นที่มีเพียงกระแสอย่างเดียว

ขณะที่ บมจ.ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี หรือ [SICT] เป็นหุ้นเทคโนโลยีไทยในกลุ่ม IC Design แบบ fabless โดยมีจุดแข็งด้าน RFID, NFC, ASIC และ Industrial IoT แม้ไม่ได้เป็นหุ้น AI Server หรือ Data Center โดยตรง แต่สามารถถูกมองเป็นหนึ่งในหุ้นที่อยู่ใน Ecosystem ของ Connected devices และ Smart infrastructure ซึ่งอาจได้อานิสงส์ทางอ้อมจากการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะยาว

ส่วน บมจ.ทีมพรีซิชั่น หรือ [TEAM] แม้ในตลาดอาจไม่ได้ถูกพูดถึงมากเท่า KCE แต่ก็มีความน่าสนใจในฐานะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ PCB เช่นกัน

ในอดีตหุ้น PCB ไทยเคยเป็นพื้นที่ที่ผู้เล่นต่างชาติให้ความสนใจ โดยกรณีที่เห็นชัดคือ Chin-Poon จากไต้หวันที่เข้าถือหุ้นและทำคำเสนอซื้อ Draco PCB ก่อนที่ Draco จะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ และเปลี่ยนชื่อเป็น Chin Poon Electronics (Thailand)

ภาพนี้ทำให้ตลาดเริ่มกลับมามองหุ้น PCB ไทยรายอื่นอย่าง TEAM อีกครั้งในรอบที่ธีม PCB กลับมาแรง เพราะหาก Demand จาก EV, Drone และ Humanoid เพิ่มขึ้นจริง ผู้เล่นในกลุ่ม PCB ของไทยก็มีโอกาสได้รับประโยชน์ตามน้ำของอุตสาหกรรมเดียวกัน

ภาพรวมของ Tech Sector ไทยในรอบนี้จึงไม่ใช่แค่การเก็งกำไรหุ้นรายตัว แต่เป็นความพยายามสร้างธีมการลงทุนใหม่ให้ตลาดหุ้นไทย จากเดิมที่นักลงทุนมีตัวเลือกจำกัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจดั้งเดิม วันนี้เริ่มมีหุ้นเทคโนโลยีไทยเข้ามาเป็นทางเลือกมากขึ้น

สิ่งที่ทำให้ธีมนี้น่าสนใจคือ ประเทศไทยอาจไม่ได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยี AI โดยตรง ไม่ได้เป็นผู้ผลิต GPU รายใหญ่ของโลก และไม่ได้มีบริษัทซอฟต์แวร์ระดับโลกแบบสหรัฐ

แต่ประเทศไทยมีบริษัทที่อยู่ใน Supply Chain ของโลก ซึ่งสามารถได้รับประโยชน์จากการลงทุน AI Infrastructure ได้เช่นกัน

ถ้าจะแบ่งภาพใหญ่ออกมา จะเห็นได้ว่า

DELTA คือภาพของ Power และ Cooling สำหรับ Data Center

HANA คือภาพของ Semiconductor และ Electronics Assembly

KCE และ TEAM คือภาพของ PCB ที่เชื่อมกับ EV, Drone, และ Humanoid

CCET คือภาพของการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI Server และ Data Infrastructure

SICT คือภาพของ IC Design, RFID, NFC, ASIC และ Industrial IoT ที่เชื่อมกับ connected devices และ smart infrastructure

SMT คือภาพของ Optical Components ที่เริ่มการเติบโตจากลูกค้าระดับโลก

เมื่อเอาทุกตัวมารวมกัน ตลาดจึงเริ่มเห็นภาพว่า Tech Sector ไทยอาจไม่ได้เล็กอย่างที่เคยคิด และอาจกลายเป็นธีมใหม่ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ได้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องเข้าใจด้วยว่าหุ้นกลุ่มนี้ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง เพราะหลายบริษัทเป็นหุ้นวัฏจักรสูง กำไรผันผวนตามรอบ Semiconductor, Electronics และเศรษฐกิจโลก อีกทั้งราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นมารับความคาดหวังแล้ว ทำให้ต้องระวังแรงขายทำกำไรหากงบไม่โตตาม Story

แต่ในเชิงโครงสร้าง ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับตลาดหุ้นไทย เพราะอย่างน้อยนักลงทุนเริ่มมีทางเลือกใหม่ จากเดิมที่ตลาดไทยถูกมองว่าไม่มี Growth Sector ที่น่าสนใจ วันนี้กลุ่ม Tech และ Electronics เริ่มกลับมาเป็นธีมที่เชื่อมกับอนาคตของโลก

ถ้ากระแส AI เป็นเพียงรอบเก็งกำไรสั้น ๆ หุ้นกลุ่มนี้อาจขึ้นแรงและพักแรงตามวัฏจักร แต่ถ้า AI เป็น Supercycle จริง การลงทุนใน Data Center, Server, Optical Network, PCB, Power Supply และ Semiconductor จะยังดำเนินต่ออีกหลายปี และนั่นอาจทำให้ Tech Sector เมืองไทยกลายเป็นหนึ่งในธีมใหญ่ของตลาดหุ้นไทยรอบใหม่

ในมุมของนักลงทุน สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ถามว่าหุ้นตัวไหนขึ้นไปแล้ว แต่ต้องถามต่อว่า บริษัทไหนเริ่มเห็นยอดขายจริง บริษัทไหนเริ่มมีมาร์จิ้นที่ดีขึ้น บริษัทไหนอยู่ใน Supply Chain ที่กำลังตึงตัว และบริษัทไหนมีโอกาสถูก Re-rate จากธุรกิจเดิมไปสู่ธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต

เพราะรอบนี้ ตลาดอาจไม่ได้มองหุ้นเหล่านี้เป็นเพียงหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกแบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังเริ่มมองว่านี่คือกลุ่มหุ้นที่เชื่อมโยงกับ AI Infrastructure ของโลก

และถ้าภาพนี้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ Tech Sector ไทยอาจกลายเป็นธีมที่นักลงทุนต้องกลับมาให้ความสำคัญอย่างจริงจังอีกครั้ง

หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ

ธิติ ภัทรยลรดี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ