นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอ็กซ์สปริง (XSpring AM) เปิดตัว กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง สเปซ อินโนเวเตอร์ อิควิตี้ (X-SPACE) ซึ่งเป็นกองทุนประเภทฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่ลงทุนตรงในกองทุนหลักชื่อว่า Tema Space Innovators ETF
กองทุน X-SPACE มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักในแต่ละรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักเป็นกองทุน ETF ที่มีนโยบายบริหารกองทุนแบบ Active Management โดยผู้จัดการกองทุนหลักจะคัดเลือกสินทรัพย์ที่ลงทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก เพื่อมุ่งหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีชี้วัด (benchmark) ทั้งนี้ กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในบริษัทที่จัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอวกาศ โดยครอบคลุมถึงการลงทุนในบริษัท SpaceX ผ่านการลงทุนในนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) ซึ่งถือหุ้นสามัญของบริษัท SpaceX โดยตรง
XSpring AM ยังคงเดินกลยุทธ์ภายใต้ธีมหลัก "เทคโนโลยี AI และ AI Infrastructure Ecosystem" ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตของโลก มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งโลกคือ อุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต เป็นกลุ่มธุรกิจที่ทั้งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ รวมถึงรัฐบาลในหลายประเทศมีการประกาศเพิ่มงบประมาณและเงินสนับสนุนในกลุ่มธุรกิจอวกาศในอนาคต รวมทั้งกลุ่มกลาโหมอวกาศ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ขั้วมหาอำนาจใหม่เช่น จีน ได้เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อแสดงถึงความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี จึงทำให้ขั้วอำนาจเดิมเช่น สหรัฐ ฯ หันมาให้ความสำคัญกับการสำรวจอวกาศอีกครั้งเพื่อรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งด้านเทคโนโลยี การแข่งขันที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้ต้นทุนในการปล่อยจรวดสู่วงโคจรโลกถูกลงกว่า 90% ภายในระยะเวลาช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เทคโนโลยีอวกาศมีความก้าวล้ำอย่างก้าวกระโดด
ดังนั้น กองทุน X-SPACE จะเป็นกองทุนเดียวในไทย ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้น SpaceX ได้ตั้งแต่ตอนนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงของการ IPO ของบริษัท SpaceX และหลังจากนั้น โดยกองทุน X-SPACE จะเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 4-10 มิถุนายน 2569 กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 5,000 บาท
"ปัจจุบัน กองทุนรวม Feeder Fund ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสูงมาก เนื่องจากเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนในตลาดต่างประเทศและอุตสาหกรรมเฉพาะทางให้กว้างขึ้น และการลงทุนผ่านกองทุนเหล่านี้ เช่น X-SPACE นอกจากจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนของอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลกแล้ว ผู้ลงทุนยังได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษี Capital Gain ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเลือกลงทุนโดยตรงใน NASA ETF แล้วได้กำไรจากการขาย NASA ETF กำไรนั้นอาจถูกรวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งอาจถูกนำมาคิดภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ 5-35% ตามฐานภาษี แต่ถ้าเลือกลงทุนใน X-SPACE ที่ไปลงทุนต่อใน NASA ETF กำไรจากการลงทุนใน X-SPACE จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีตามหลักเกณฑ์สำหรับการลงทุนผ่านกองทุนรวมไทย โดยไม่ถูกนำมาคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษี นอกจากนี้ X-SPACE ยังมีผู้จัดการกองทุนไทยคอยบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินได้" นายยศกร กล่าว