CryptoShot: Saylor เก็บไต! ยอมขาย 32 BTC! |

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday June 4, 2026 18:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

CryptoShot: Saylor เก็บไต! ยอมขาย 32 BTC! |

ผู้ชายที่เคยประกาศว่าให้ขายไต แต่อย่าขายบิทคอยน์!! วันนี้ได้กลับคำซะแล้ว Michael Saylor ที่ตัดสินใจขาย 32 BTC งานนี้จะทำให้บรรดาแฟนคลับต้องผิดหวังรึเปล่า? สาเหตุการตัดสินใจขายครั้งนี้คืออะไร? รอบนี้ขายนิดเดียว จะมีรอบหน้ามั้ย? นักลงทุนคงได้แต่คาดการณ์!!

*Michael Saylor กลืนน้ำลายตัวเอง เทขาย Bitcoin ออกมา 32 BTC!!

เป็นที่ฮือฮาในวงการคริปโทฯ เมื่อ Strategy บริษัทของ Michael Saylor ได้เปิดเผยว่าได้ขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ STRC ซึ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิแบบ Perpetual Preferred Stock ของบริษัทที่ออกมาก่อนหน้า และถือเป็นการขาย Bitcoin แบบสุทธิครั้งแรกที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะในรอบ 4 ปีอีกด้วย โดยบริษัทขาย Bitcoin ในราคาเฉลี่ย 77,135 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งยังสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทที่อยู่ราวๆ 75,699 ดอลลาร์

จริง ๆ Saylor เคยบอกไว้แล้วไว้แล้ว ในการประชุมผลประกอบการไตรมาส 1/69 ว่าบริษัทอาจขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อนำเงินมาจ่ายปันผล และต้องการส่งสัญญาณให้ตลาดเห็นว่า "การขาย Bitcoin บางส่วน ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการบริหารงบดุล"

แต่อย่าลืมกันว่า Strategy ถือบิทคอยน์อยู่กว่า 843,706 BTC การขายครั้งนี้คิดเป็นเพียงประมาณ 0.0038% ของพอร์ตทั้งหมดเท่านั้น

และหลังมีการเปิดเผยข่าวการขาย Bitcoin หุ้นของ Strategy ปรับตัวลดลงประมาณ 6% อยู่ที่บริเวณ 150 ดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ยังคงปรับตัวลงต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์

*Nobitex โดนเต็ม ๆ หลังถูกชี้เป็น "ท่อส่งดอลลาร์ดิจิทัล"!!

ดูเหมือนว่าสงครามครั้งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสนามรบแต่กำลังลามมาถึง "สนามคริปโทฯ" ด้วย เมื่อล่าสุด กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโทฯ ของอิหร่าน 4 แห่ง นำโดย Nobitex เว็บเทรดคริปโทรายใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมถึง Wallex, Bitpin และ Ramzinex แถมยึดคริปโทฯ จากเว็บเทรดและกระเป๋าเงินดิจิทัลของอิหร่านไปแล้วเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

นาย Scott Bessent รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังใช้เทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และเคลื่อนย้ายเงินออกนอกประเทศ นอกจากนี้ Bessent ยังเปิดเผยว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ยึดคริปโทฯ จากเว็บเทรดและกระเป๋าเงินดิจิทัลของอิหร่านไปแล้วเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

มาตรการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ชื่อว่า "Economic Fury" ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน โดยมีเป้าหมายเพื่อตัดอิหร่านออกจากระบบการเงินโลก

ทางด้าน Chainanalysis แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนระดับโลก มีการระบุว่า Nobitex เป็นศูนย์กลางของสิ่งที่เรียกว่า "Digital Dollar Pipeline" หรือช่องทางสำคัญที่เชื่อมการใช้งานคริปโทฯ ในอิหร่าน โดยเว็บเทรดแห่งนี้มีส่วนแบ่งการซื้อขายคริปโตราว 50% ของทั้งประเทศ

ถ้าก่อนหน้านี้หลายคนมองว่า "คริปโทฯ ไร้พรมแดน" และเมื่อความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น คริปโทฯ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิที่มหาอำนาจกำลังเข้ามาควบคุมและกดดันเช่นเดียวกับระบบการเงินแบบดั้งเดิม ก็เป็นได้

*ญี่ปุ่นหนุน Crypto ETF อย่างเป็นทางการ

ดูเหมือนว่าญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคคริปโทฯ อย่างจริงจังมากขึ้น เมื่อพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ Liberal Democratic Party (LDP) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลญี่ปุ่น เสนอให้ประเทศจัดทำกรอบกฎหมายสำหรับการซื้อขาย Crypto ETF อย่างเป็นทางการ

ในข้อเสนอของพรรค มีการระบุว่า Crypto ETF จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงตลาดคริปโทฯ ได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเหรียญจริงหรือเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตัวเอง และหากเกิดขึ้นจริง ญี่ปุ่นก็พร้อมจะตามรอยเข้าร่วมกับสหรัฐฯ และฮ่องกง ที่เปิดทางให้มีการลงทุนผ่าน Crypto ETF ได้

ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้อนุมัติร่างแก้ไขกฎหมาย เพื่อจัดประเภทคริปโทฯ ให้เป็น "ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน" หลังจากที่ผ่านมา ญี่ปุ่นจัดให้คริปโทฯ เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการชำระเงิน

อีกประเด็นสำคัญคือ ทางพรรค LDP ยังเสนอให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้งาน Stablecoin ที่อ้างอิงกับเงินเยน หรือ "ดิจิทัลเยนภาคเอกชน" ที่สามารถใช้บนเครือข่ายบล็อกเชนได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ เพราะปัจจุบันตลาด Stablecoin มีมูลค่าราว 315,000 ล้านดอลลาร์ และส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดย Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้กำหนดนโยบายในหลายประเทศ ว่าความแข็งแกร่งของดอลลาร์ดิจิทัล อาจเข้ามามีบทบาทเหนือระบบธนาคารและระบบการชำระเงินภายในประเทศของตน งานนี้รอติดตามกันยาว ๆ

https://youtu.be/QTGYT4oz8e8

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ