นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา [BAY] กล่าวว่า กรุงศรีได้ต่อยอดกลยุทธ์ดังกล่าวสู่ผลลัพธ์เชิงรูปธรรม โดยในเดือนพ.ค. 69 ธนาคารได้ดำเนินธุรกรรมทางการเงินให้กับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์จำนวน 2 โครงการ สะท้อนศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่ ได้แก่ การให้สินเชื่อโครงการ (Project Finance) แก่โครงการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ดิจิทัล เอดจ์ (สิงคโปร์) โฮลดิ้งส์ จำกัด (Digital Edge) และ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ [BGRIM] โดยเป็นส่วนหนึ่งของสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Loan) มูลค่า 880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการขนาด 100 เมกะวัตต์ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งจะรองรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
กรุงศรียังได้ให้การสนับสนุนทางการเงินแบบทวิภาคี (Bilateral Financing) แก่ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในประเทศไทย และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศดิจิทัลทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค นอกเหนือจากการนำเสนอโซลูชันทางการเงิน กรุงศรียังได้จัดสัมมนาสำหรับลูกค้าธุรกิจและนักลงทุน เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ โดยมุ่งเน้นการอัปเดตเทรนด์และโอกาสการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
การเติบโตของเทคโนโลยี AI บริการคลาวด์ และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแนวนโยบายของประเทศไทยในการผลักดันให้ดาต้าเซ็นเตอร์ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศไทยในอนาคต กรุงศรีจึงมุ่งมั่นยกระดับบทบาทในการสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้อย่างครบวงจร โดยอาศัยความแข็งแกร่งของเครือข่าย MUFG พร้อมทั้งผสานความร่วมมือกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคโดยเฉพาะในสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนทั้งการจัดหาเงินทุน การพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกให้กับผู้ประกอบการทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ให้บริการไฮเปอร์สเกลระดับโลก (Global Hyperscalers) บริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัล บริษัทผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ข้ามชาติและนักลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงบริษัทข้ามชาติที่กำลังขยายการดำเนินธุรกิจดิจิทัลในประเทศไทยเพื่อร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI และเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นายโคเฮอิ โอโมริ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น BAY กล่าวว่า บริษัทญี่ปุ่นในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ให้บริการดิจิทัล กำลังเร่งขยายการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์นอกประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีคลาวด์และ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ ด้วยความได้เปรียบด้านทำเลที่เชื่อมโยงภูมิภาค โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และศักยภาพในการรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ รวมทั้งแนวทางในการผลักดันของภาครัฐ ทำให้ไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดหมายปลายทางของการลงทุน แต่ยังเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค (Regional Hub) สำหรับการขยายบริการดิจิทัลในอาเซียน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในบทบาทของประเทศไทยต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว โดยกรุงศรีจะยังคงเดินหน้าพัฒนาความเชี่ยวชาญเชิงลึกในอุตสาหกรรมนี้ เพื่อสนับสนุนการดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง
กรุงศรีพร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน ด้วยศักยภาพด้านเครือข่าย ความรู้ความเชี่ยวชาญ และโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุม เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล และพร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอย่างยั่งยืน