HILITE: โบรกชี้หุ้นไทยเข้า Risk-on หนุน Sector Rotation ชี้เป้าลุยแบงก์-ท่องเที่ยวหนีเทคฯสหรัฐร่วง-ดอกเบี้ยสูงนาน

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday June 8, 2026 09:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน ฝ่าย Wealth Research บล.บัวหลวง ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) แต่เริ่มระมัดระวังมากขึ้น แม้ Sentiment ระยะสั้นอาจถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรของหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นมาแรงก่อนหน้า หลังนักลงทุนผิดหวังต่อเป้าหมายรายได้ AI ของ Broadcom ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls) แข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น ตลาดกังวลความเสี่ยงดอกเบี้ยยืนสูงนานขึ้น (Higher for longer) หรืออาจต้องปรับขึ้น ซึ่งจะกดดัน Sentiment กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังดำเนินต่อ แม้อาจมีความผันผวนเป็นระยะ ทำให้ธีมการลงทุนจากการลดความตึงเครียดสงคราม (De-escalation Trade) ยังเป็นแรงหนุนตลาดหุ้นไทย และหนุนการหมุนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) จากหุ้นที่ปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้าไปสู่

1) หุ้น Laggards มีโอกาสฟื้นตัวจากแรงซื้อกลับ อาทิ กลุ่มค้าปลีก โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) โรงพยาบาลที่เน้นผู้ป่วยต่างชาติ และกลุ่มท่องเที่ยว โดยแนวโน้มรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ของกลุ่มโรงแรมในประเทศช่วงไตรมาส 2/69 กลับมาเติบโตเป็นบวก YoY จากฐานต่ำในปีก่อน นำโดย ERW (+4% YoY), MINT (+2% YoY) และ AWC (+3% YoY) แม้ CENTEL คาดลดลง -20% YoY (ไม่รวมโรงแรมในดูไบ -4% YoY) ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มฟื้นตัว MoM และอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของจีน (Summer Holiday) ช่วง ก.ค.ส.ค.

เน้น Trading ERW (สัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนสูงสุดในกลุ่มโรงแรมที่ราว 13%)

2) หุ้นปันผลสูง (Dividend Plays) โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร มักปรับตัวขึ้นโดดเด่นในช่วงเดือนก.ค.ส.ค. จากแรงซื้อสะสมก่อนการขึ้นเครื่องหมาย XD โดยปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 3.8% ในเดือนก.ค. และเพิ่มขึ้นต่อเฉลี่ย 3.5% ในเดือนส.ค. ต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงใกล้จุดสิ้นสุดแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69 และธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth management) จะหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมตามมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของธุรกิจกองทุนที่ยังขยายตัวต่อเนื่องทั้ง MoM และ YoY ในเดือนเม.ย.

KTB (คาดการณ์ผลตอบแทนเงินปันผลปี 2026 5.9%), KBANK (5.7%), SCB (7.1%), BBL (5.7%)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ