(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์ตามตปท.คลายกังวลสงครามตอ.กลาง แต่อัพไซด์จำกัด จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday June 9, 2026 09:32 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเช้าวันนี้ คาดว่าดัชนีจะมีการรีบาวด์กลับขึ้นมาในระยะสั้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลกที่เริ่มเห็นการฟื้นตัว หลังจากถูกกดดันจากแรงขายอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีอาจจะยังไม่มากนัก เนื่องจากยังไม่มีประเด็นบวกใหม่เข้ามาช่วยหนุน แม้ว่าทางอิสราเอลและอิหร่านจะประกาศยุติการโจมตีตอบโต้ของแต่ละฝ่าย และเปิดช่องทางในการเจรจา ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลดลงมาบ้าง แต่อัพไซด์ของตลาดก็ยังคงถูกจำกัด เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ ตลาดยังคงรอติดตามประเด็นใหม่ๆ โดยในสัปดาห์นี้จะต้องติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะมีผลโดยตรงต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและบอนด์ยีลด์ โดยหากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ก็มีโอกาสที่จะกลับมากดดันตลาดหุ้นได้อีกครั้ง ซึ่งในปัจจุบัน ตลาดได้ให้น้ำหนักมากกว่า 70% ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปีนี้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะนี้ แนะนำ Selective Buy ในกลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มโมเมนตัมของผลกำไรที่แข็งแกร่ง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในวงจำกัด รวมถึงกลุ่มหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการที่สถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามเริ่มคลี่คลายลง โดยในวันนี้แนะนำหุ้น BA

พร้อมกันนี้ ได้ประเมินกรอบแนวรับของดัชนีไว้ที่ 1,560 จุด และแนวต้านที่ 1,575 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (8 มิ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,786.01 จุด ลดลง 80.77 จุด หรือ -0.16%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,405.73 จุด เพิ่มขึ้น 21.99 จุด หรือ +0.30% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,929.66 จุด เพิ่มขึ้น 220.23 จุด หรือ +0.86%

- ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดลบ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 64,625.26 จุด เพิ่มขึ้น 600.66 จุด หรือ +0.94%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,977.54 จุด เพิ่มขึ้น 18.20 จุด หรือ +0.46% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดที่ระดับ 24,551.93 จุด ลดลง 105.13 จุด หรือ -0.43%

- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (8 มิ.ย.) 1,561.68 จุด ลดลง 20.92 จุด (-1.32%) มูลค่าซื้อขาย 68,963.16 ล้านบาท

- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (8 มิ.ย.) 3,507.22 ล้านบาท

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ค. (8 มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 91.30 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (8 มิ.ย.) อยู่ที่ 22.14 ดอลลาร์/บาร์เรล

- เงินบาทเปิด 32.85 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อน หลังอิหร่าน-อิสราเอลยุติโจมตี

- เมื่อคืนวาน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.550% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.018%

- "อนุทิน" นำคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารบริษัทชั้นนำของไทยกว่า 30 ราย ทั้ง GULF-CPN-WHA-AMATA-BGRIM-KBANK-กลุ่ม CP-กลุ่ม SCG หารือผู้ประกอบการเวียดนาม ชูแนวคิด "เติบโตไปด้วยกัน" มุ่งเชื่อมห่วงโซ่อุปทาน-ส่งเสริมการลงทุน ภาคธุรกิจยกเป็นโมเดล "ทีมไทยแลนด์ พลัส" ผนึกกำลังรัฐ-เอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย-เวียดนาม

- "บิ๊กคอร์ป" แนะใช้เวทีเวิลด์คลาสอีเวนต์ประชุมระดับโลก "World Bank-IMF" ดันไทยกลับสู่แผนที่โลก หนุนภาพลักษณ์ใหม่เศรษฐกิจไทย เปรียบ เป็นโอลิมปิกทางเศรษฐกิจ สร้างผลกระทบเชิงบวก ดึงความสนใจนักลงทุน ภาคธุรกิจทั่วโลก แนะรัฐเร่งผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ"

- "เคเคพี" เตือนไทยเสี่ยงเปลี่ยนผ่าน สู่ภาวะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลง หรือขาดดุล ในระยะยาว จับตา "ราคาน้ำมัน-สินค้านำเข้าทะลัก" สูญเสียความสามารถแข่งขัน คาดไตรมาส 2/69 จ่อขาดดุล 2% ของจีดีพี พร้อมแนะภาครัฐระวังดำเนินนโยบายขัดปัจจัยพื้นฐาน ยกบทเรียน "ประเทศอินโดนีเซีย" ชูเดินหน้ามาตรการสร้างเศรษฐกิจใหม่ พร้อมประเมินธปท. ตรึงดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า

- ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ภาพรวมแนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรมไทยช่วงไตรมาส 2/2569 พบว่าหลายอุตสาหกรรมยังขยายตัวต่อเนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การส่งออก ความต้องการบริโภคในประเทศ และนโยบายสนับสนุนการลงทุนภาครัฐกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์คืออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ อาหารและเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ได้รับแรงส่งจากนโยบายรัฐ คือยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center

*หุ้นเด่นวันนี้

- BA (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 21.10 บาท เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อ Demand ตลาดท่องเที่ยวพรีเมียมซึ่งรวมถึงสมุย ที่จะช่วยรักษาระดับ Passenger Yield รวมถึงผลบวกจากการเพิ่มเที่ยวบิน นอกจากนี้การมีธุรกิจสนามบินจะช่วยลดความผันผวนและเพิ่มคุณภาพของกำไรในระยะยาว ระยะสั้นคาดกำไรไตรมาส 2/69 ชะลอตัวเหลือ 178 ลบ. จาก Low Season แต่คาดว่าจะฟื้นตัวแรงในไตรมาส 3/69 จาก High Season ของสมุย ยังคงเป็นหุ้นที่เรามองว่าจะได้ประโยชน์สูงหากสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมันผ่อนคลาย ขณะที่ Dividend Yield น่าสนใจราว 6-8% ต่อปีในช่วงปี 2569-2571

- ADVICE (กสิกรไทย) "ซื้อ" ราคาพื้นฐาน 7.53 บาท บริษัทได้ให้เป้าธุรกิจใหม่สำหรับปี 69 รวมถึงการเติบโตของรายได้ที่ 15% YoY และ NPM ที่ 2% คิดเป็นกำไรสุทธิปี 69 ราว 381 ลบ.(+43% YoY) แนวโน้มการเติบโตเป็นบวก จากทิศทางการเติบโตของกำไรไตรมาส 2/69 ที่คาดแข็งแกร่ง เราได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 69-71 ขึ้น 24% 19% และ 19% ตามการคาดการณ์ GPM ที่สูงขึ้น คงคำแนะนำ "ซื้อ" และมูลค่าหุ้นดูน่าสนใจเมื่อพิจารณาจาก PER ปี 69 ที่ 10.3 เท่า เทียบกับ CAGR ของ core EPS ช่วง 3 ปีที่ 18%

- MINT (คิงส์ฟอร์ด) "ซื้อเก็งกำไร" ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 31.25 บาท แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/69 เติบโตหนุนจากธุรกิจโรงแรมในยุโรป และมีโมเมนตัมที่ดีต่อในไตรมาส 3/69 ที่เป็น high season ส่วนภาพรวมทั้งปีบริษัทคงเป้าหมาย 3 ปี (ปี 69-71) รายได้โต 7-9%YoY กำไรจาการดำเนินงานเติบโตราว 15-20% CAGR ตั้งงบลงทุนในปี 69 วงเงิน 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงโรงแรม ขยายทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร นอกจากนี้ยังมีแผนนำสินทรัพย์ที่เป็นโรงแรมในยุโรปและไทย ขายเข้ากอง REIT มูลค่าราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งไปลดภาระหนี้ ตั้งเป้าปีนี้ Net Debt/Equity ที่ 0.75-0.85 เท่าจากสิ้นปี 68 ที่ 0.86 เท่า อิงจาก consensus คาดกำไรปี 69 ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท +9%YoY ส่วนปี 70 คาดกำไรสุทธิ 1.09 หมื่นล้านบาท +11%YoY


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ