HILITE: BEM ดีดขึ้นนำ BTS คมนาคมเปลี่ยนสูตรซื้อคืนสัมปทาน ชงอุดหนุนค่ารถไฟฟ้าแทน

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday June 9, 2026 10:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เมื่อเวลา 10.16 น.ราคาหุ้น BEM ดีดขึ้น 3.88% มาที่ 5.35 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 252.15 ล้านบาท

BTS บวก 1.98% มาที่ 2.06 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท มูลค่าซื้อขาย 10.07 ล้านบาท

บล.กรุงศรี ระบุว่า สถานการณ์ชัดเจนขึ้นจากประเด็นการไม่ซื้อสัมปทานรถไฟฟ้าคืน โดยรัฐบาลมีนโยบายค่าโดยสารราคา 17-45 บาท โดยไม่มีค่าแรกเข้าสำหรับทุกสาย จะเป็นกลไกหลักในการลดค่าโดยสารระบบรถไฟฟ้า เนื่องจากกระทรวงคมนาคมจะเสนอโครงการนี้เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในพรุ่งนี้

ในกรณีที่ไม่มีการซื้อสัมปทานคืน เราเชื่อว่า บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ [BEM] ดูจะอยู่ในสถานะที่ดีกว่า บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ [BTS] เนื่องจากผลการดำเนินงานทางการเงินแข็งแกร่งกว่าและมีความชัดเจนในทิศทางธุรกิจมากกว่า ราคาค่าโดยสาร 17-45 บาทตลอดสายจะถูกเสนอในวันพรุ่งนี้

ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ระบุว่าจะเสนออัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่อยู่ในช่วง 17-45 บาทต่อเที่ยวสำหรับทุกสายให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติในวันที่ 10 มิ.ย.69 โดยให้อุดหนุนส่วนต่างราคาค่าโดยสารที่ลดลง คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านบาท ทั้งนี้ การอนุมัติขั้นสุดท้ายจะเป็นการโอนสิทธิ์การบริหารโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนระบบรางทั้งหมดให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

ในมุมมองของเรา ข่าวดังกล่าวดูเหมือนเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าโครงการไม่เก็บค่าแรกเข้าและกำหนดช่วงราคาค่าโดยสารที่ 17-45 บาทต่อเที่ยว หาก ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เราเชื่อว่าเป็นข่าวบวกต่อ BEM ภายใต้โครงการอุดหนุนโดยไม่มีการซื้อสัมปทานคืน เราเชื่อว่า BEM ได้เปรียบกว่า BTS เนื่องจากสายสีน้ำเงินที่มีจำนวนผู้โดยสาร 4.2-4.5 แสนเที่ยวคนต่อวัน สามารถสร้างกำไรให้กับ BEM ได้

นอกจากนี้ โครงการสายสีส้มที่กำลังจะเปิดให้บริการถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามในแง่ของจำนวนผู้โดยสาร รองจากสายสีเขียวและสายสีน้ำเงิน ที่สำคัญ สายสีส้มจะทำหน้าที่เป็นเส้นทางหลักป้อนผู้โดยสารเข้าสู่สายสีน้ำงิน เนื่องจากมีการเชื่อมต่อหลักระหว่างสองสายนี้ การไม่มีการซื้อสัมปทานคืนหมายความว่ากำไรของ BEM มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นโดยไม่มีเพดานจำกัดการเติบโต

สำหรับ BTS การไม่มีการซื้อสัมปทานคืน หมายความว่าผลขาดทุนสุทธิ 1.6 พันล้านบาทที่เกิดจากสายสีชมพูและสีเหลืองจะยังคงกดดันผลการดำเนินงานทางการเงินของ BTS ต่อไป เมื่อพิจารณาจากธุรกิจอื่นภายใต้เครือของ BTS ดูเหมือนว่า BTS จะยังมีผลประกอบการขาดทุนไปอีกอย่างน้อยสองปีข้างหน้า

เราคงมุมมองเดิมว่าภายใต้สถานการณ์การดำเนินงานในปัจจุบัน เราคาดว่ากำไร BEM จะทำสถิติใหม่ 3.9 พันล้านบาท (+3.4% yoy) ในปี 69 ขณะที่ BTS คาดยังคงขาดทุนจากแรงกดดันผลขาดทุนของรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง รวมถึงส่วนแบ่งผลขาดทุนอาคารใหม่ใกล้หมอชิต ดังนั้น แนะ "ซื้อ" BEM และ BTS ที่ระดับมูลค่าพื้นฐานถูกมาก จากสถานการณ์ปัจจุบัน เราให้ความสำคัญกับ BEM (ราคาเป้าหมาย 8.2 บาท) มากกว่า BTS (ราคาเป้าหมาย 4 บาท) ให้น้ำหนักกำไรที่แข็งแกร่งของ BEM เมื่อเทียบกับ BTS


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ