ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดเช้าพุ่ง 13.83 จุดแกร่งเหนือภูมิภาค DELTA-GULF นำบิ๊กแคปรับอานิสงส์ Valuation ไม่แพง-ลุ้นคลังเคาะ TISA

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday June 11, 2026 12:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,577.42 จุด เพิ่มขึ้น 13.83 จุด (+0.88%) มูลค่าซื้อขายราว 27,812 ล้านบาท

การซื้อขายภาคเช้าปรับตัวขึ้นสวนภูมิภาค โดยทำจุดสูงสุด 1,581.92 จุด และจุดต่ำสุด 1,559.45 จุด

นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดีดขึ้นสวนทางตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปรับลงเมื่อคืนหลัง CPI เดือน พ.ค.เร่งขึ้น 4.2% YoY จาก 3.8% เดือนก่อน แม้ Core CPI เพิ่มจากเดือนก่อนหน้าเพียง 0.2% ต่ำกว่าคาด แต่ตลาดกลับให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับลดดอกเบี้ยออกไป หรือในกรณีเลวร้ายอาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีหากแรงกดดันเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ถือว่าแข็งแกร่งกว่าหลายตลาดในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด หรือมีแรงขายจากความกังวลทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ โดยตลาดบ้านเราได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นใหญ่กระจายหลายกลุ่ม โดยเฉพาะพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ ICT ธนาคาร พลังงาน และ ปิโตรเคมี นำโดย GULF, DELTA, ADVANC, PTTEP, IVL, SCC และ PTTGC แต่กลุ่มท่องเที่ยวยังอ่อนตัว เช่น AOT, CENTEL และ MINT สะท้อนภาพ rotation กลับมาเล่นหุ้นรีบาวด์

นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นไทยยังปรับขึ้นได้ดีกว่าภูมิภาคส่วนหนึ่งมาจากหุ้นจำนวนมากยังมี Valuation ไม่แพงเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในเอเชีย โดยเฉพาะ เกาหลี ไต้หวันที่ก่อนหน้าขึ้นมาจากหุ้น Semiconductor รวมถึงมีความคาดหวังมาตรการกระตุ้นการลงทุนในประเทศ และเม็ดเงินใหม่จากกองทุนภายในประเทศที่จะทยอยเข้ามาสนับสนุนตลาด

แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดยังแกว่งตัวในลักษณะพักตัวเพื่อขึ้นไปต่อ ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะสั้น ได้แก่ ทิศทางนโยบายการเงินของเฟด โดยเฉพาะมุมมองต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี หลังตลาดเริ่มกังวลมากขึ้นต่อความเป็นไปได้ที่เฟดอาจกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นหากเงินเฟ้อยังไม่ชะลอลงตามเป้าหมาย รวมถึงการประชุมและท่าทีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ย

ส่วนในประเทศ นักลงทุนยังติดตามความคืบหน้ามาตรการสนับสนุนการลงทุนผ่านบัญชี TISA ซึ่งอาจช่วยเพิ่มกระแสเงินลงทุนรวมถึงความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

กลยุทธ์ยังเน้นสะสมเมื่อราคาย่อลง ไม่ไล่หุ้นที่ขึ้นแรงจน Overbought และไม่เลือกหุ้นที่อ่อนแรงจนขาดโมเมนตัม โดยให้น้ำหนักหุ้นที่ราคาอยู่โซนกลาง แต่พื้นฐานกำไรยังดี หรือมีแนวโน้มได้รับการปรับเพิ่มประมาณการ รวมถึงหุ้นปันผลสูงและหุ้นที่มีประเด็นเก็งกำไรเฉพาะตัว ขณะที่หุ้นเชื่อมโยงการบริโภคในประเทศน่าสนใจในรอบถัดไป เนื่องจากก่อนหน้านี้ปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดและมีโอกาสเกิด Rotation เข้ามาได้

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยยังต้องอาศัยแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจภายในประเทศควบคู่กันไป เนื่องจากสภาพแวดล้อมการลงทุนทั่วภูมิภาคยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ

ประเมินกรอบแนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน 1,580 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,907.27 ล้านบาท ปิดที่ 357.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท

GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,992.36 ล้านบาท ปิดที่ 64.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท

SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,346.11 ล้านบาท ปิดที่ 137.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,258.37 ล้านบาท ปิดที่ 360.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท

TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,197.85 ล้านบาท ปิดที่ 14.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ