"แบรนด์เนม มันนี่" พุ่งเป้าปั๊มพอร์ตสินเชื่อปี 69 โตเท่าตัวแตะ 400 ลบ.ส่องหาพันธมิตรร่วมทุน-แต่งตัวเข้าตลาดหุ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday June 11, 2026 13:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ก่อตั้งบริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด (Brandname Money) ผู้นำบริการขายฝากและสินเชื่อแบรนด์เนมแห่งเดียวในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจมาครบ 2 ปีในเดือนมิถุนายนนี้ ธุรกิจยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องสวนกระแสทิศทางเศรษฐกิจชะลอตัว โดยปี 69 ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านบาท ขยายตัวจากสิ้นปี 68 เท่าตัวหรือเติบโต 100% จากมูลค่าพอร์ตสินเชื่อ 200 ล้านบาท ขณะที่หนี้เสียที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงเป็น 0% เนื่องจากมีการพัฒนาการบริหารจัดการความเสี่ยง Risk Management อยู่เสมอ โดยเฉพาะกระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่ใช้ระบบอนุมัติสินเชื่อเฉพาะตัว

โมเดลธุรกิจ 3 รูปแบบของบริษัท คือ 1.สินเชื่อเช่าซื้อที่สามารถ "ผ่อนไป-ใช้ไป" 2.สินเชื่อ "ผ่อนจบ-รับของ" รับสินค้าเมื่อผ่อนครบ และ 3. บริการขายฝาก ในรูปแบบการรับจำนำ อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบการปล่อยสินเชื่อ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายปพน กล่าวว่า พบข้อมูลที่น่าสนคือ บริการสินเชื่อเช่าแบรนด์เนม ซื้อทั้ง "ผ่อนไป-ใช้ไป และ สินเชื่อ "ผ่อนจบ-รับของ" มีความต้องการเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะการซื้อสินค้าแบรนด์เนมมือหนึ่งในช็อป รวมทั้งสินค้าในตลาดรีเซล ทำให้ยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อเพียงแค่ 5 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่ากว่า 53 ล้านบาท สูงกว่าสินเชื่อเช่าซื้อทั้งปี 68 ที่มีมูลค่ารวม 25.5 ล้านบาท ถือว่าเติบโตขึ้นโดดเด่นอย่างมาก ขณะที่สินเชื่อขายฝากหรือรับจำนำยังคงเติบโตได้ตามปกติ

บริษัทจึงตัดสินใจเปิดบริการ Personal Assistant (PA) เพื่อให้บริการลูกค้าเป็นพิเศษ ทั้งบริการให้คำปรึกษา ตรวจสอบราคา และดำเนินการด้านสินเชื่อ โดยเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปชำระเงิน และให้บริการถึง Shop หรือร้านค้าที่ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าแบรนด์เนม โดยทำหน้าที่เสมือนเลขาส่วนตัว

แม้เศรษฐกิจในภาพรวมจะยังไม่ดีมากนัก แต่ความต้องการใช้สินค้าแบรนด์เนมยังคงมีอยู่ ทั้งเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ บุคคลิกภาพ สร้างความมั่นใจ ความน่าเชื่อถือ รวมทั้งซื้อเพื่อเป็นของขวัญของรางวัลให้กับตัวเองและคนที่รัก แต่ลูกค้าอาจไม่ต้องการใช้เงินสดจ่ายค่าสินค้าทั้งหมด จึงมาใช้บริการสินเชื่อ ของ Brandname Money เพราะวางเงินดาวน์เพียง 30-50% ก็สามารถซื้อสินค้าแบรนด์เนมในช็อปได้แล้ว ขณะที่ยังมีเงินสดไว้ใช้จ่ายสิ่งที่จำเป็น

นอกจากนี้ สินค้าลักชัวรี่ มีลักษณะเฉพาะตัวที่ผู้ซื้อต้องรอคิวจากทางแบรนด์ หรือทาง Shop บางครั้งโอกาสซื้ออาจเข้ามา ในขณะที่ผู้ซื้อไม่มีสภาพคล่องเพียงพอ ส่วนบัตรเครดิตก็มีข้อจำกัดด้านวงเงิน และดอกเบี้ยที่แพงกว่ามาก จึงมาใช้บริการสินเชื่อจาก Brandname Money ของเรา

นายปพน กล่าวว่า Brandname Money เป็นที่รู้จักในวงกว้างและเรามีระบบการทำธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือ มีตัวตน มีความมั่นคง ที่สำคัญเราทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการคิดอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้คนที่ต้องการซื้อสินค้าแบรนด์เนมลักชัวร์รี่ ทั้งมือหนึ่งมือสอง นึกถึงการใช้บริการสินเชื่อกับเรา รวมทั้งผู้ที่ต้องการใช้เงินสด หรือสภาพคล่องทางการเงิน ก็สามารถนำสินค้าแบรนด์เนม เครื่องประดับแบรนด์ลักชัวร์รี่ มาขายฝากหรือจำนำกับเรา

ปัจจุบันมีร้านค้าแบรนด์เนมมือสองเข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ ส่งลูกค้าเข้ามาใช้บริการสินเชื่อกับ Brandname Money เพิ่มขึ้นจาก 40 ร้านค้า เป็น 70 ร้านค้า ทำให้เรามีโอกาสในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเรายังคงเปิดรับร้านค้าพันธมิตรต่อเนื่อง ขณะเดียวกันล่าสุด Brandname Money ได้เปิด โครงการ Agent หรือเอเจ้นต์ "เปลี่ยนความชอบให้เป็นรายได้" สำหรับผู้ที่รักสินค้าแบรนด์เนมและอยู่ในวงการสินค้าแบรนด์เนมที่ต้องการมีรายได้เสริม เพียงแนะนำลูกค้ามาขอสินเชื่อกับ Brandname Money ทางเรามีค่าตอบแทนให้ เพียงแต่เข้ามาสมัครลงทะเบียนร่วมเป็น Agent กับเรา

สำหรับความคืบหน้าในการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนนั้น นายปพน กล่าวว่า ยังคงมีนักลงทุนและบริษัททั้งในและนอกตลาดหุ้น สนใจเข้ามาเจรจาเพื่อเข้าร่วมทุนกับ Brandname Money แต่ทั้งหมดยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา เรายังไม่ได้ตกลงกับรายใดรายหนึ่ง โดยเรายังคงต้องการพันธมิตรที่เข้ามาช่วยส่งเสริมหรือต่อยอด เพื่อช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ มากกว่าเพียงแค่การใส่เงินเข้ามาร่วมลงทุน เราต้องการพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อ ก่อนนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเรายังคงเดินหน้าแผนนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน เพราะธุรกิจสินเชื่อต้องการเงินทุนมาขยายพอร์ต เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้

นายปพน กล่าวอีกว่า บริษัทมีกระบวนการทำงานในรูปแบบสถาบันการเงิน มีความเป็นมืออาชีพโปร่งใส และมี Ecosystem ของธุรกิจ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่การรับสินค้าเข้ามาตรวจสอบและมีการประเมินราคาที่แม่นยำ ส่วนกลางน้ำ เรามีระบบบริหารความเสี่ยง การปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ และขายฝากสินค้าแบรนด์เนม โดยมีกระบวนการคัดกรองลูกค้าที่มีศักยภาพ มีรายได้มั่นคง กำหนดวงเงินดาวน์ที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้ามีความต้องการเป็นเจ้าของจริง ส่วนปลายน้ำหากลูกค้าคืนของหรือค้างชำระ มูลค่าของที่กลับมาต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหนี้ที่เหลืออยู่ รวมทั้ง สินค้าที่หลุดจากการขายฝาก เรามีตลาดรองที่สามารถนำมาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


แท็ก ตลาดหุ้น  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ