สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 75,691 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขาย สูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ขายสุทธิ 4,792 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทจดทะเบียนในประเทศ ซื้อสุทธิ 2,569 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 1,301 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 1.62% ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.05%
Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 3-8 bps. ทิศทางเดียวกับ US-Treasury หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกการโจมตีอิหร่าน เนื่องจากการหารือกับอิหร่านได้รับความเห็นชอบ จากหลายชาติแล้ว สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 1,311 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET SELL 1,311 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) ด้านปัจจัยต่างประเทศ ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ตามการคาดการณ์ของตลาด เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 2.25% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 2.65% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 2.40% พร้อมปรับลดคาดการณ์การเติบโต ทางเศรษฐกิจของยูโรโซนจะขยายตัวเพียง 0.8% ในปี 2569 ด้านรายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 229,000 ราย สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 216,000 ราย สำหรับ Holding ของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นสัปดาห์นี้ปรับลดลง 11,255 ล้านบาท จาก 963,097 ล้านบาท ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 951,842 ล้านบาท ทั้งนี้ตลาดติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้า