ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดที่ 1,588.05 จุด ลดลง 3.67 จุด (-0.23%) มูลค่าซื้อขาย 67,471.46 ล้านบาท
การซื้อขายวันนี้ ดัชนีปรับตัวขึ้น และค่อยๆย่อตัวเคลื่อนไหวแดนลบ โดยจุดต่ำสุด 1,583.96 จุด และจุดสูงสุด 1,596.23 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 233 หลักทรัพย์ ลดลง 209 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 221 หลักทรัพย์
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ย่อตัวลงเล็กน้อย โดยที่คาดว่าจะมาจากการ Sector Rotation จากกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ กลุ่มที่อิงกลับราคาน้ำมัน เวียนไปที่กลุ่มแบงก์ ค้าปลีก ท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นยัง Laggard และถูกปัจจัยความตึงเครียดในตะวันออกลางกดดันในช่วงที่ผ่านมาก็มีการสลับเวียนกลุ่ม ทำให้มีแรงขายจากหุ้นบางตัวที่กดดันดัชนี โดยเฉพาะ DELTA ที่กดดันดัชนีราว 9 จุด
ขณะที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา และตลาดยังคงรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งติดตามว่าจะมีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร หลังจากที่ตลาดมองโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเริ่มลดลง
แนวโน้มตลาดุ้นไทยพรุ่งนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์ โดยรอติดตามการประชุมเฟดในคืนวันพรุ่งนี้ โดยให้แนวต้าน 1,595-1,600 จุด แนวรับ 1,580 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 5,757.01 ล้านบาท ปิดที่ 352.00 บาท ลดลง 9.00 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,902.98 ล้านบาท ปิดที่ 206.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,818.35 ล้านบาท ปิดที่ 142.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 3,241.03 ล้านบาท ปิดที่ 135.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
KTB มูลค่าการซื้อขาย 2,729.09 ล้านบาท ปิดที่ 36.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท