เมื่อเวลา 10.26 น. PLAT พุ่ง 7.26% เพิ่มขึ้น 0.09 บาท มาที่ 1.33 บาท มูลค่าการซื้อขาย 36.95 ล้านบาท จากราคาเปิด 1.30 บาท ราคาสูงสุด 1.36 บาท และราคาต่ำสุด 1.28 บาท
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่าผลการดำเนินงานของ บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป [PLAT] ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มพลิกกลับมามีกำไร จากความพยายามในการขยายธุรกิจโรงแรม และการปรับปรุงสินทรัพย์ที่ขาดทุนให้มีประสิทธิภาพในการทำกำไรมากขึ้น โดยการปรับกลยุทธ์ดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 50-55% ของรายได้รวม และกำลังจะก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การเปิด Platinum Pop หรือ The Market เดิม ที่เคยสร้างผลขาดทุนให้ PLAT ราว 100 ล้านบาท/ไตรมาส
การรีโนเวทจาก The Market มาสู่ Platinum Pop มีมุมมองเชิบวกมากขึ้น จากความชัดเจนของรูปแบบร้านค้าภายในศูนย์ฯ คือ การเป็นห้างที่มีร้านอาหารสตรีทฟู้ด และอาณาจักรของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งเครื่องสำอาง และร้านค้าที่เข้ามาเช่าพื้นที่กับ Platinum Pop จะต้องทำสัญญาขั้นต่ำ 3 ปี ซึ่งไม่ได้สั้นเกินไปแบบช่วง The Market ที่เป็นปีต่อปี ทำให้รายได้ค่าเช่าจะทรงตัวในช่วง 3 ปีข้างหน้า และใน Platinum Pop คาดว่าจะมี Traffic ไม่น้อยกว่า 5,000-6,000 คน/วัน จากในโครงการที่มีลูกค้าที่พักในโรงแรม Moxy และโรงแรมรอบๆ ถนนราชประสงค์ รวมทั้งพนักงานออฟฟิศในบริเวณรอบๆ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ และช่วยลดการขาดทุนจากโครงการดังกล่าวลงมาได้ 40-50 ล้านบาท/ไตรมาส และมีโอกาสที่จะกลับมาทำกำไรได้ในอนาคต
ด้านมูลลค่าของหุ้น PLAT ถือว่ามี PBV ต่ำเพียง 0.4 เท่า และยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.6 เท่า และยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกมากกว่ากำไรสุทธิ ภาพของการผลการดำเนินงานคาดว่าจะเติบโตได้ทุกไตรมาส รวมถึงผลการดำเนินงานในไตรไมาส 2/69 มีโอกาสเติบโตโดดเด่นจากฐานต่ำในปีก่อน
ขณะที่มีรายงานการซื้อหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ของ PLAT ที่เปิดเผยรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร (แบบ 59) ที่แจ้งกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดย นายสุรชัย โชติจุฬางกูร ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ PLAT ได้ทำรายการ Big Lot เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.69 เข้าซื้อหุ้น PLAT จำนวน 20,000,000 หุ้น ราคาเฉลี่ย 1.18 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 23.60 ล้านบาท จากเดิมถือหุ้น 874,616,957 หุ้น ส่งผลให้ถือหุ้นหลังทำรายการจำนวน 894,616,957 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 31.95%