IHL คาดรายได้รวมปี 55 โต 25%, Q1/55 ได้ออเดอร์จากค่ายโตโยต้า

ข่าวหุ้น-การเงิน Sunday March 18, 2012 10:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายองอาจ ดำรงสกุลวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บมจ. อินเตอร์ไฮด์ (IHL) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้รวมเติบโต 25% จากปีก่อน เนื่องจากภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องเริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะค่ายรถยนต์ซึ่งขณะนี้หลายค่ายกลับมาผลิตได้ตามปกติ ขณะที่ความต้องการรถยนต์จากลูกค้ายังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งจากรถยนต์รุ่นเดิมที่ผลิตเพิ่ม และรถยนต์รุ่นใหม่ที่ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์เพิ่งส่งลงตลาด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) เบาะหนังรถยนต์ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นทิศทางเดียวกัน

ล่าสุด บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อจากค่ายรถยนต์โตโยต้า เพื่อผลิตเบาะหนังป้อนให้กับ “โตโยต้าแคมรี่" โฉมใหม่ ซึ่งเอื้อให้ยอดขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น และเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาทันทีตั้งแต่ไตรมาส 1/55

"ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจาก โตโยต้าให้ผลิตเบาะหนังรถยนต์ในแคมรี่รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวออกสู่ตลาดไปเมื่อเร็วๆ นี้ด้วย ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทฯ ยังได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และการส่งรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของค่ายรถยนต์ออกสู่ตลาด ถือเป็นสัญญาณที่ดีบ่งชี้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ยังโตต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทฯ ยังคาดว่าจะได้ผลิตเบาะหนังป้อนให้รถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคตเช่นกัน"นายองอาจ กล่าว

อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคาดว่าจะได้คำสั่งซื้อเบาะหนังจากรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ค่ายรถยนต์เตรียมพัฒนาและผลิตป้อนสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในปีนี้เช่นกัน เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตเบาะหนังรถยนต์รายใหญ่ในประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

"ปลายปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม แต่ในขณะนี้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวได้รวดเร็วมาก ค่ายรถยนต์กลับมาผลิตเต็มกำลังผลิตแล้วผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องจึงต้องปรับตัวตามให้ทัน

นายองอาจ กล่าวว่า จากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องให้ผลประกอบการไตรมาส 1/55 (ม.ค. — มี.ค.55) มีทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาส 4/54 (ต.ค.— ธ.ค.54) โดยปัจจุบันลูกค้าหลักของบริษัทฯ ยังเป็นค่ายรถยนต์โตโยต้าสัดส่วนกว่า 60% และสัดส่วนที่เหลือเป็นค่ายรถยนต์ฮอนด้า นิสสัน มิตซูบิชิ ฟอร์ด และมาสด้า

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ดังกล่าว 85% ยังมาจากการผลิตเบาะหนังรถยนต์ ขณะที่สัดส่วนรายได้อีก 15% มาจากการผลิตหนังรองเท้าให้กับบริษัท Wolverine World Wide (WWW) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรองเท้าหนังรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ