TCC-W3 ปิดเทรดวันแรกที่ 1.64 บาท มูลค่าซื้อขาย 6.31 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 1.73 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1.75 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1.58 บาท
ขณะที่หุ้นบริษัทแม่ TCC ปิดที่ 2.74 บาท ลดลง 0.08 บาท ลดลง 2.84% มูลค่าซื้อขาย 5.87 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 2.80 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 2.82 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 2.70 บาท
บล.ทิสโก้ ประเมินมูลค่า TCC-W3 บมจ.ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น(TCC) ที่เหมาะสมอยู่ที่ 1.87 บาท/หน่วย คิดเป็น All-in Premium 1.8% โดยเปรียบเทียบจากราคาหุ้นแม่ที่ 2.82 บาท
ทั้งนี้ หลังจากที่บริษัทลงทุนก่อสร้างโรงคัดแยกและสถานที่จัดเก็บถ่านหิน ที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี และดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/52 เป็นต้นมา ผลประกอบการจากที่เคยขาดทุนติดต่อกันหลายไตรมาส เริ่มดีวันดีคืน โดยมีกำไรต่อเนื่อง 9 ไตรมาสติดต่อกัน นับตั้งแต่ไตรมาส 4/52 เป็นต้นมา ล่าสุดงบไตรมาส 4/54 มีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1.8 เท่า YoY และ 4.2 เท่า QoQ ส่งผลให้กำไรทั้งปี 54 อยู่ที่ 94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า YoY ปีนี้น่าจะเป็นปีแรกที่บริษัทเริ่มกลับมาจ่ายเงินปันผลได้ หลังขาดทุนสะสมพลิกกลับมาเป็นบวกแล้วจำนวน 99 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในแง่ของการประเมินมูลค่า เรามองราคาหุ้นระดับปัจจุบันสะท้อนแนวโน้มที่ดีขึ้นนี้ไปมากแล้ว สังเกตได้จาก Trailing PER และ PBV ในปัจจุบันที่สูงถึง 30.2 เท่า และ 4.1 เท่า เทียบกับ PER และ PBV ตลาดที่ 15.8 เท่า และ PBV 2.1 เท่า
นอกจากนี้บริษัทยังมีใบสำคัญฯ อีก 2 ตัว คือ TCC-W1 และ TCC-W2 และทั้งคู่ต่างมีสถานะเป็น In-the-Money เนื่องจากราคาใช้สิทธิที่ต่ำเพียง 0.876 บาท/หุ้น และ 1 บาท/หุ้นตามลำดับ เทียบกับราคาหุ้นแม่ปัจจุบันที่ 2.82 บาท (17 เม.ย.) ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเกิดผลกระทบ Dilution Effect รวมกันที่ 38% กดดันราคาหุ้นในอนาคต