(เพิ่มเติม) PF รอดูผลงาน H1/55 ก่อนปรับเป้ายอดขายปีนี้, เล็งขึ้นราคาขายอีก 5%

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday June 7, 2012 14:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค(PF) กล่าวว่า บริษัทจะรอดูผลงานของช่วงครึ่งปีแรก ก่อนจะพิจารณาความเหมาะสมในการขยับเป้าหมายทางธุรกิจในปีนี้ โดยเฉพาะในด้านยอดขาย(พรีเซล)ที่ตั้งไว้ที่ระดับ 1.6 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดพรีเซลที่ 9.8 พันล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปีนี้บริษัทวางเป้าไว้ที่ 8.5 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ยอดพรีเซลในช่วงปีนี้จะมาจากโครงการแนวราบ 9 พันล้านบาท และคอนโดมิเนียม 7 พันล้านบาท

ขณะนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท มาจากรับรู้รายได้ทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม 1.3 หมื่นล้านบาท และ การขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์(Property Fund)กองใหม่มูลค่า 1 พันล้านบาทที่จะจัดตั้งแล้วเสร็จในไตรมาส 4/55 โดยนำโครงการ Uniloft เชียงใหม่และศาลายาขายเข้ากองทุนฯ

"ช่วง 5 เดือน เรามียอดขายพรีเซลแล้ว 6 พันล้านบาท มาจากโครงการแนวราบและคอนโด 50 ต่อ 50 และ มิ.ย.น่าจะมียอดพรีเซลอีก 2.5 พันล้านบาท จากโครงการแนวราบ 2 พันล้านบาท และคอนโดฯ 1.5 พันล้านบาท"นายวงศกรณ์ กล่าว

ในช่วงปลายไตรมาส 2/55 บริษัทเตรียมจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการโครงการคอนโดมิเนียม MOFF Design ใหม่ 4 โครงการ ได้แก่ เดอะ สกาย สุขุมวิท ริมถนนสุขุมวิท 103/4 มูลค่า 2.3 พันล้านบาท, เดอะ สกาย รัชดา ริมถนนรัชดาภิเษก มูลค่า 3.5 พันล้านบาท, เมโทรสกาย พหลโยธิน ทำเลถนนสุทธิสารวินิจฉัย มูลค่า 3.5 พันล้านบาท และ เมโทรสกาย เกษตรฯ ริมถนนเกษตรนวมินทร์ มูลค่าโครงการ 1.54 พันล้านบาท รวมทั้งนำคอนโดฯทั้งหมด 11 โครงการมานำเสนอในงานระหว่าง 21-24 มิ.ย.

ทิศทางการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทยังเน้นที่ระดับราคา 1-3 ล้านบาท/ยูนิต มีทั้งทำเลเส้นทางติดรถไฟฟ้าและใกล้ชุมชน โดยตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 6 มิ.ย.บริษัททำยอดขายได้กว่า 6 พันล้านบาท มาจากยอดขายคอนโดมิเนียม 2.75 พันล้านบาท ซึ่งยอดขายโครงการแนวสูงมีสัดส่วน 46% ของยอดขายรวม

ช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ 6 โครงการ โดย 4 โครงการ จะเป็นคอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิด MOFF Design ซึ่งจะมีมาร์จิ้นสูงกว่าคอนโดมิเนียมในรูปแบบปกติ เนื่องจากการก่อสร้างจะมีต้นทุนสูงขึ้นราว 10% แต่ลูกค้าจะมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นด้วย และตั้งราคาขายสูงกว่ารูปแบบปกติราว 17-20% และในเดือน ก.ค.บริษัทยังมีแผนจะเปิดโครงการบ้านเดี่ยวที่รังสิต และถนนรามคำแหง

นายวงศกรณ์ กล่าวว่า บริษัทคาดว่าอัตรากำไรสุทธิ(net margin) จะอยู่ระดับเกิน 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 7% เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้นในช่วงปลายปี ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง และบริษัทตั้งเป้าที่จะรักษาระดับ net margin ให้เกิน 10% อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทเตรียมปรับขึ้นราคาขายในช่วงครึ่งปีหลังราว 5% ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นการลดการให้ส่วนลดแก่ลูกค้าน้อยลง ส่วนครึ่งปีแรกบริษัทยังไม่มีการปรับขึ้นราคาขาย เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทมีการทำสต็อคสินค้าต้นทุนเดิมไว้ค่อนข้างมาก

ปัจจุบัน บริษัทมี backlog จำนวน 6 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม โดยจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 58 โดยปีนี้จะรับรู้รายได้ราว 3.5 พันล้านบาท จากการโอนคอนโดมิเนียมไอคอนโด 2.5 พันล้านบาท และโครงการแนวราบ 1 พันล้านบาท

นายวงศกรณ์ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปลายปีก่อนมีบางโครงการของบริษัทได้รับผลกระทบด้วย แต่พบว่าการฟื้นตัวเร็วกว่าคาด โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมยังมียอดขายที่ดีสม่ำเสมอ ส่วนโครงการแนวราบมองว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงรอดูสถานการณ์น้ำท่วมช่วงไตรมาส 3/55 ก่อน หากมีความมั่นใจว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมอีก ก็คาดว่าในไตรมาส 4/55 ยอดขายโครงการแนวราบจะมีเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ