สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าเพิ่มขึ้น 80.03 จุด หรือ 0.78% แตะที่ 10,403.01 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2554
หุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ กลุ่มผู้ผลิตยาง และกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเบ็ดเตล็ด พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในช่วงเช้านี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มขนส่งทางทะเล และกลุ่มก่อสร้าง ปรับตัวลง
นักลงทุนให้น้ำหนักกับปัจจัยเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับแรงกดดันจากคำสั่งขายเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่าสหรัฐอาจจะเผชิญกับภาวะหน้าผาการคลัง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของญี่ปุ่นได้จำกัดแรงบวกในช่วงเช้านี้ รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.ของญี่ปุ่นซึ่งหลังจากที่มีการปรับค่าตามฤดูกาลแล้ว หดตัวลง 1.7% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความต้องการชิ้นส่วนรถยนต์ที่ลดลงในประเทศเอเชีย
ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) เดือนพ.ย.ของญี่ปุ่นลดลง 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนใหญ่เนื่องจากราคาพลังงานและราคาโทรศัพท์มือถือปรับตัวลดลง
หุ้นโตโยต้า ปรับตัวขึ้น 1.5% หุ้นฮอนด้า ดีดตัวขึ้น 1.8% และหุ้นบริดจ์สโตน เพิ่มขึ้น 3% ส่วนหุ้นนินเทนโด้ พุ่งขึ้น 4%