ทั้งนี้ TFEX จะเลือกหุ้นในกลุ่ม SET50 และ SET100 ภายใต้หลักเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเกิน 1 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันในกลุ่ม SET100 มีทั้งหมด 85 ตัว และมีสภาพคล่องสูงและมูลค่าการซื้อขายรวมสูง โดยคาดว่า Single Stock Futures ทั้ง 20 บริษัท จะมาจากใน SET100 ประมาณ 7 บริษัท และใน SET50 อีก 13 บริษัท
พร้อมกันนี้จะเพิ่ม Sector ในกลุ่มโรงพยาบาลและกลุ่มโรงแรมอีก 2 กลุ่ม จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 10 กลุ่ม
ปัจจุบัน Single Stock Futures ที่มีมูลค่าการซื้อขายติดอันดับ Top 10 คือ STA, BTS, LH, TMB, KTB, QH, TRUE, IRPC, TTA และ ITD
นางเกศรา กล่าวว่า ตลาด TFEX มีสัญญาการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันนับจากต้นปี 56 จนถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 67,673 สัญญา โดยแบ่งเป็น Single Stock Futures ประมาณ 33,815 สัญญา หรือสัดส่วน 50.6% ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือ SET50 Futures ประมาณ 17,683 สัญญา หรือ 26.5% และ Gold Futures ประมาณ 13,313 สัญญา หรือ 20%