(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวน์ตามภูมิภาค แต่อาจมีแรงขายทำกำไรระหว่างเทรด

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday February 27, 2013 09:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเกียรติก้อง เดโช นักกลยุทธ์ บล.ซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มดีดตัวกลับขึ้นมาตามตลาดหุ้นในอื่นภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่เปิดตลาดช่วงเช้าเป็นบวก หลังจากที่เมื่อวานตลาดปรับตัวลงไป ถึงแม้ยังไม่มีความชัดเจนการจัดตั้งรัฐบาลของอิตาลีก็ตาม อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าตลาดจะปรับตัวขึ้นแต่อาจจะมีแรงขายจากต่างชาติออกมาเป็นจังหวะเช่นกัน
"ตลาดหุ้นไทยวันนี้น่าจะดีดกลับมาบวกตามตลาดภูมิภาคที่ส่วนใหญ่เปิดตลาดมาดัชนีเป็นบวก แต่อาจจะมีแรงขายจากต่าชาติออกมาเป็นจังหวะ ถึงแม้ประเด็นในสหรัฐฯยังไม่มีอะไรใหม่และอิตาลีก็ยังไม่มีความชัดเจนเลือกการจัดตั้งรัฐบาลก็ตาม มองว่าในช่วงนี้ตลาดยังผันผวนอยู่" นายเกียรติก้อง กล่าว

พร้อมให้แนวต้าน 1,536-1,540 จุด แนวรับ 1,520-1,525 จุด

ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน :

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ควานนี้(26 ก.พ.)ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 13,900.13 จุด เพิ่มขึ้น 115.96 จุด(+0.84%) ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 1,496.94 จุด เพิ่มขึ้น 9.09 จุด(+0.61%)และดัชนีแนสแด็ก ปิดที่ 3,129.65 จุด เพิ่มขึ้น 13.40 จุด(+0.43%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้านี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 19.75 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 4.43 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 136.71 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 5.13 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 8.93 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 4.37 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 40.95 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 1.15 จุด และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 8.00 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดวานนี้(26 ก.พ.)1,530.32 จุด ลดลง 9.81 จุด(-0.64%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,499.94 ล้านบาท เมื่อ 26 ก.พ.56
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน เม.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการวานนี้(26 ก.พ.)ที่ 92.63 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.48 ดอลลลาร์
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดวานนี้(26 ก.พ.)ที่ 10.6 เหรียญฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 29.82/84 มองกรอบวันนี้ 29.80-29.90
  • ธปท.เตรียมปรับเป้าจีดีพีปีนี้ในการประชุมกนง.ครั้งหน้า 3 เม.ย. จากเดิมคาดการณ์โต 4.9% จากแรงส่งกำลังซื้อ-ลงทุนจากปีก่อน ชี้แนวโน้มเงินทุนไหลเข้าประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น ขณะสมาคมตราสารหนี้เผยต่างชาติยังซื้อพันธบัตรต่อเนื่อง เริ่มลงทุนตราสารระยะยาว
  • สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2555 ว่าผลจากนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศของรัฐบาลด้วยการปรับเพิ่มค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ ในเดือน ม.ค. 2556 ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการโดยรวมเพิ่มขึ้น 6.4% นิติบุคคลจดทะเบียนเลิกกิจการไตรมาส 4 ปี 2555 เพิ่มขึ้น 26.6% สูงสุดในรอบ 9 ปี
  • นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธปท.ได้หารือกับธนาคารพาณิชย์ เรื่องมาตรการรับมือหากเกิดไฟฟ้าตกในช่วงวันที่ 5 เม.ย. ตามที่กระทรวงพลังงานระบุนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการชำระเงิน การเคลียริงเช็ค และระบบของธนาคารพาณิชย์ เพราะมีระบบสำรองไฟฟ้ารองรับไว้แล้วประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงจนต้องไปถอนเงินสดมาเก็บสำรองไว้ใช้
  • กิตติรัตน์-ชัชชาติ แจงนักลงทุนต่างชาติระบุเสนอพ.ร.บ.กู้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเข้าครม.วันนี้, การนำเสนอข้อมูลการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ (โรดโชว์) ที่ฮ่องกง ซึ่งกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.พ. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ในวันนี้จะเสนอ ร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติหลักการและเหตุผล รวมทั้งการเสนอยุทธศาสตร์การลงทุน
  • นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในระยะยาวมีแนวคิดที่จะทบทวนโครงสร้างการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า โดยพยายามรักษาสัดส่วนการใช้ก๊าซไม่ให้สูงกว่า 70% ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและกระจายไปใช้เชื้อเพลิงอื่นๆทดแทน เช่น ถ่านหิน พลังน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะมีต้นทุนค่าไฟที่ต่ำ และมีความมั่นคงด้านกำลังสำรองด้านพลังงานมากกว่า
  • "จรัมพร โชติกเสถียร" ยอมรับเห็น ฟองสบู่ตลาดหุ้นไทยแล้ว โดยพบ 120 หุ้นเข้าข่ายต้องระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากในจำนวนนี้ 72 บริษัทมีค่าพีอี สูงกว่า 40% สูงเกินจริงภายใน 1-2 ปี และอีก 50 หุ้นรายได้ติดลบ ส่วนสถาบัน วิจัยตลาดหลักทรัพย์ ระบุปี 2555 หุ้นกลุ่มอสังหาฯ พลังงาน บริการ และตลาด เอ็มเอไอ ติดเกณฑ์แคช บาลานซ์สูงสุด ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเทิร์นอะราวด์
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยทิศทางสินเชื่อในระยะถัดไปยังเติบโตได้ต่อเนื่องรับแรงหนุนจากความต้องการทั้งภาครัฐ-เอกชน แต่สภาพคล่องโดยรวมของระบบยังคงมีเพียงพอ ขณะที่เดือนแรกของสินเชื่อทั้งระบบเติบโต 14.1%

*หุ้นเด่นวันนี้

  • LVT-W3(ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญบริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี(LVT))เข้าเทรดวันนี้วันแรกในตลาดหลักทรัพย์ MAI มีจำนวน 172,846,175 หน่วย โดยมีอัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ : 1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาการใช้สิทธิ 1.25 บาทต่อหุ้น อายุ 1 ปี นับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วันที่ออกคือ 15 กุมภาพันธ์ 2556)โดยกำหนดใช้สิทธิครั้งแรก 29 มี.ค. 2556 และวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 14 ก.พ. 2557
  • PS(ฟินันเซีย ไซรัส)"ซื้อ"ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 38 บาทจาก 30 บาท จากการปรับกำไรปีนี้ขึ้น 10% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นและดีกว่าคาด ทำให้คาดกำไรปกติปีนี้ยังโตสูงถึง 43% เป็น 5.59 พันล้านบาท
  • HMPRO(ฟินันเซีย ไซรัส)"ซื้อ"ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 21.50 บาทจาก 14.10 บาท หลังแผนขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศชัดเจนขึ้น โดยบริษัทจะขยายสาขาในประเทศเพิ่มเป็นปีละ 10 แห่งจากเดิม 8 แห่ง และจะเปิดสาขารูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์ Mega Home จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง เน้นกลุ่มผู้รับเหมา ช่าง เจ้าของโครงการ รวมทั้งจะเปิดสาขาในมาเลเซีย 2 แห่งในปี 2014 ทำให้คาดกำไรสุทธิปี 2013-15 โตเฉลี่ยสูงถึง 28% ต่อปี จากเดิมคาดโต 20%
  • ERW(บัวหลวง)"ซื้อ"เป้า 7 บาท รายงานกำไรหลักไตรมาส 4/55 ที่ 52 ล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนหลักในไตรมาส 4/54 ที่ 103 ล้านบาท และไตรมาส 3/55 ที่ 54 ล้านบาท และประกาศจ่ายเงินปันผล 0.0189 บาท/หุ้น(สูงกว่าคาดเล็กน้อย) นอกจากนี้ ERW จะกลับมารายงานกำไรหลักเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 1/56 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของฤดูกาลท่องเที่ยว อีกทั้งเตรียมรับกำไรจากการขายสองโรงแรมเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 2/56 ประมาณ 600-800 ล้านบาท
  • KAMART(เกียรตินาคิน)"ซื้อ"เป้า 12.50 บาท มีปัจจัยพื้นฐานที่น่าสนใจจากกลยุทธ์ “Multi brand" ทำให้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายกว้างกว่าคู่แข่ง และ มีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดตามการเติบโตของตลาดเครื่องสำอาง และ การขยายสินค้าสู่ต่างประเทศจากการเปิด AEC คาดว่ากำไรสุทธิ 3 ปี ข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ย 28% นอกจากนี้ บริษัทยังมีฐานะการเงินดีและมีสภาพคล่องสูง ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสอย่างสม่ำเสมอ
  • MFEC(เกียรตินาคิน)"ซื้อ"เป้า 7.50 บาท ประกาศกำไรสุทธิปี 2555 ดีกว่าคาด แม้ว่าจะมีกำไรสุทธิลดลงจากปีที่แล้ว แต่ MFEC ยังคงจ่ายเงินปันผลจำนวนเท่าเดิมที่ 33 สตางค์ต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 5% ขณะที่ในปี 2556 มีมุมมอง “บวก" ต่อศักยภาพการเติบโตจาก Backlog ราว 2,500 ล้านบาท ปัจจุบันหุ้นซื้อขาย PE ปี 2556 ที่ 14 เท่า มีส่วนลด 26% เมื่อเทียบ PE เฉลี่ย 19 เท่าของบริษัทในกลุ่มสื่อสาร 9 แห่งที่ศึกษา
  • CCET(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)“ทยอยสะสม"เป้า 5 บาท วานนี้ไต้หวันรายงานตัวเลขส่งออกงวดม.ค. โต +18% yoy ทำระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และเห็นการเติบโตต่อเนื่องของยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิคส์ และอุปกรณ์โทรคมนาคม โดยประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิคส์ของไทย และคาดจะได้รับปัจจัยบวกจากการรายงานยอดส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ ดังนั้น ยืนยันมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของกำไรในปี 2556 ที่คาดเติบโตสูง +3,379.9% yoy เป็น 2,052 ล้านบาท หลัง HP ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทได้กลับมาส่งคำสั่งซื้ออีกครั้ง และคาดรายได้ปี 2556 โต +23% yoy เป็น 173,593 ล้านบาท รวมทั้งยังมี Valuation ที่ค่อนข้างต่ำ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ