(เพิ่มเติม) LOXLEY เป้ารายได้ปี 56 โต 30% กำไรสุทธิโต 25% รอประมูลงาน 2.8 หมื่นลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday March 13, 2013 15:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายธงชัย ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) เปิดเผยว่า ในปี 56 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 30%มาที่ 1.8 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้รวม 1.4 หมื่นล้านบาท และคาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นประมาณ 25% จากปีที่แล้วมีกำไรสุทธิ 526 ล้านบาท

ปัจจัยหลักในการผลักดันรายได้มาจากกลุ่มสายงานโครงการ ประกอบด้วย กลุ่มไอซีทีและโทรคมนาคม กลุ่มธุรกิจงานโครงการ และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี โดยคาดว่าทั้ง 3 กลุ่มนี้จะมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 70% ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มธุรกิจการค้า และธุรกิจบริการ มีสัดส่วนรวมกัน 30%

ทั้งนี้ กลุ่มสายงานโครงการมีงานที่อยู่ระหว่างเจรจาและรอผลการประกวดราคา อยู่ประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีงานโครงการในมือ (Backlog) จำนวน 8 พันล้านบาท

นายธงชัย กล่าวอีกว่า บริษัทยังมีโอกาสได้งานในประเทศเพิ่มอีก ส่วนใหญ่เป็นโครงการภาครัฐ ซึ่งมีมูลค่างานรวม 7.5 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท, โครงการประมูลโครงข่ายระบบทีวีดิจิตอล ซึ่งจะเป็นผู้วางระบบโครงข่ายและขายอุปกรณ์, โครงการ 3G เฟส 2 ของบมจ.ทีโอที มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ที่จะเป็นพันธมิตรกับกลุ่มบมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น(SAMART)ในการเข้าประมูล และโครงการบริหารจัดการน้ำ

และยังมีโอกาสได้งานต่างประเทศมีสูงเช่นกัน โดยบริษัทเน้นเข้าลงทุนในประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา โดยในพม่าได้เข้าร่วมบริหารจัดการสนามบินย่างกุ้งเป็นโครงการแรก และมีโอกาสได้งานบริหารสนามบินอีกหลายแห่ง รวมถึงระบบสายส่งโรงไฟฟ้า ขนาด 500 เมกะวัตต์, ส่วนในลาว มีโอกาสรับงานระบบสายส่งโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม จากปัจจุบันได้งานแล้วมูลค่าราว 1 พันล้านบาท และกัมพูชา ได้งานวางโครงข่ายทีวีดิจิตอล มูลค่า 100 ล้านบาท

"มองแนวโน้มที่เราจะได้งานอีก 5-7 ปี ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นงานที่ high potential มีงานใกล้ได้ข้อสรุป 28,000 ล้านบาทจะทำให้ยอดขายปีนี้ก้าวกระโดด" นายธงชัย กล่าว

บริษัทยังมีความสนใจสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม ขนาด 36 เมกะวัตต์ โดยได้พิจารณาสถานที่ไว้แล้ว 2 แห่ง คือ จ.ระยอง และ จ.นครศรีธรรมราช ใช้เงินลงทุนราว 2 พันล้านบาท และสนใจโครงการกำจัดขยะโดยการเผา ได้ลงนามข้อตกลงกับ บริษัท กรุงเทพธนาคม สังกัดกรุงเทพมหานคร และขยายธุรกิจด้านอาหาร โดยเปิดร้านอาหารเพิ่ม ซึ่งปีนี้เพิ่มอีก 1 แห่ง รวมเป็น 6 แห่ง

สำหรับโครงการจำหน่ายสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ด้วยเครื่องขายสลากอัตโนมัติ (หวยออนไลน์) มั่นใจว่าจะดำเนินการได้เร็วๆ นี้ เนื่องจากบริษัทเป็นคู่สัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง แต่หากจะมีผู้ลงทุนรายอื่นเข้ามาดำเนินการแทน ก็ไม่แปลกใจ แสดงว่าเป็นโครงการที่ดี การยกเลิกสัญญากับบริษัทขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหนังสือยกเลิกโครงการใดๆ

อย่างไรก็ตามในโครงการหวยออนไลน์ บริษัทจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มอีก 300 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบซอฟท์แวร์ โดยล็อกเลย์ จีเทคโนโลยี มีความพร้อมติดตั้งเครื่อง

นอกจากนั้น ในปีนี้บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุน 600-700 ล้านบาท ในโครงการที่บริษัทได้รับงานชัดเจนแล้ว

ด้านนายสุพัฒน์ กรชาลกุล กรรมการบริหาร และผู้บริหารสายงานกลุ่มการเงิน LOXLEY คาดว่า ช่วง 3-5 ปีนี้ รายได้ของกลุ่มล็อกเลย์จะเพิ่มขึ้นปีละ 10% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10-15% มาจากการรับรู้รายได้โครงการภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันบริษัทคาดว่าจะระดมทุนโดยการขายหุ้นเพิ่มทุน 165 ล้านหุ้น คาดได้เงินราว 1 พันล้านบาท จะช่วยทำให้บริษัทมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรง ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงจากสิ้นปี 55 อยู่ที่ 1.8 เท่า เหลือ 1.5 เท่า และจะพยายามรักษา D/E ที่ 1.5-2 เท่า ปัจจุบัน บริษัทมีหนี้สิน 4-5 พันล้านบาท

การปรับลด D/E ดังกล่าวจะทำให้บริษัทสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคารพาณิชย์ สามารถกู้เงินได้เพิ่มขึ้น ขณะที่การรับงานโครงการภาครัฐ ธนาคารพาณิชย์จะปล่อยสินเชื่อได้ 100%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ