(เพิ่มเติม) BAFS ปรับเพิ่มเป้าปริมาณเติมน้ำมันปี 56 เป็น 6% จากเดิมคาด 4%

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday March 27, 2013 16:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ(BAFS)เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าปริมาณเติมน้ำมันในปีนี้เป็นเติบโต 6% สูงขึ้นจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 4% เนื่องจากแนวโน้มปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดไว้ และสายการบินต่าง ๆ ได้ซื้อเครื่องบินเข้ามาเพิ่มขึ้น รวมทั้งสนามบินดอนเมืองกลับมาให้บริการเต็มที่ ดังนั้น จึงคาดว่ารายได้ของบริษัทในปีนี้น่าจะเติบโตได้ที่ 6% เช่นกัน

ส่วนกำไรจากการดำเนินงานก็คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากปีก่อน แต่ในแง่ของกำไรสุทธิยังคงต้องรอดู เพราะในปี 55 บริษัทรับรู้รายได้พิเศษจากเงินชดเชยประกันภัยน้ำท่วม

นายฉัตรชัย พันธัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการเงินและบัญชี BAFS กล่าวว่า บริษัทปรับเป้าปริมาณเติมน้ำมันปีนี้มาที่ 4,838 ล้านลิตร จากปีก่อน 4,564 ล้านลิตร ซึ่งเติบโตขึ้น 6% สูงกว่าเดิมที่ตั้งเป้าจะเติบโตแค่ 4% เนื่องจากเห็นตัวเลขปริมาณเติมน้ำมันในเดือนม.ค.-ก.พ.เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มเที่ยวบินของสายการบิน และแต่ละสายการบินเพิ่มเครื่องบินลำใหม่ รวมทั้งการเปิดใช้สนามบินดอนเมืองรองรับเที่ยวบินช่วง peak ขณะที่การท่องเที่ยวในเอเชียที่เพิ่มขึ้นมาก ถึงแม้ยุโรปจะลดลง

พร้อมกันนี้ตั้งเป้ารายได้รวมในปีนี้เติบโต 6% ตามปริมาณเติมน้ำมัน และกำไรจากการดำเนินงานจะสูงกว่าปี 55 แน่นอนตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น และภาระการเสียภาษีนิติบุคคลลดลง แต่ในส่วนของกำไรสุทธิยังเทียบไม่ได้เพราะปี 55 มีรายการพิเศษจากเงินประกันน้ำท่วมราว 200 ล้านบาท

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 1/56 คาดว่าปริมาณเติมน้ำมันจะเติบโตราว 4% เพราะเดือน ก.พ.มี 28 วัน แต่ก็ยังถือว่าเติบโตได้ดี และเชื่อว่าช่วงที่เหลือของปีนี้จะขยายตัวตามอุตสาหกรรมการบิน จำนวนเครื่องบินลำใหม่เพิ่มขึ้น และการเปิดใช้สนามบินดอนเมืองเต็มที่ เพราะมีเครื่องบินโลว์คอสต์เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

ในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุน 280 ล้านบาท แบ่งเป็นสร้างกำแพงกั้นน้ำที่สนามบินสุวรรณภูมิ 55 ล้านบาท วางระบบ SAP ราว 40 ล้านบาท ระบบเติมน้ำมันเครื่องบิน 50 ล้านบาท ซื้อรถบรรทุกน้ำมันเพิ่มเติม 8 คัน วงเงิน 80 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่าจะต้องใช้เงินอีก 700 ล้านบาทสำหรับวางระบบท่อน้ำมันใต้ดินในโครงการขยายสุวรรณภูมิเฟส 2 ซึ่งเป็นการลงทุนในส่วนของบริษัทย่อย โดยคาดว่าคณะกรรมการ บมจ.ท่าอากาศยานไทย(AOT หรือ ทอท.)จะมีข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้

สำหรับกรณีเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาไม่กระทบต่อผลประกอบการของบริษัทมากนัก เพราะสัดส่วนรายได้เป็นสกุลดอลลาร์แค่ 12% ของรายได้รวม และบริษัทได้ทำประกันความเสี่ยงไว้แล้วครึ่งหนึ่ง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ