สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 25.84 จุด หรือ 0.20% แตะที่ 13,007.28 จุด
ในการซื้อขายช่วงเช้านั้น ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นกว่า 100 จุดอยู่ชัวขณะหนึ่ง มาอยู่ที่ระดับกว่า 13,000 จุด ขานรับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่ง หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นแตะ 7.84 จาก -1.43 ในเดือนพ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านสหรัฐในเดือนมิ.ย.พุ่งขึ้นแตะ 52 จาก 44 ในเดือนพ.ค. โดยดัชนีได้ปรับตัวเหนือระดับ 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2549 หรือในรอบ 7 ปี
อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิถอยลงมาอยู่แดนลบอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจส่งสัญญาณว่าจะเริ่มลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมระยะเวลา 2 วัน ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้
หุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ถูกเทขายทำกำไร โดยหุ้นแอสเทลลาส ฟาร์มา ร่วงลง 1.5% และหุ้นทาเคดะ ฟาร์มาซูติคอล ปรับลง 1.6%
ส่วนหุ้นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้นหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ โดยหุ้นโตเกียว ทาเตโมโน พุ่งขึ้น 5.4% และหุ้นโนมูระ เรียล เอสเตท บวกขึ้น 3.5%