"ด้านล่างไม่มาก แต่ด้านบนมี upside 20-30 จุด แนะให้ hold สถานะ long ไป"น.ส.มยุรี กล่าว
ทั้งนี้ ตลาดไม่ได้มีปัจจัยใดเข้ามาเป็นเทคนิคเคิลรีบาวน์หลังจากที่ตลาดซึมซับเรื่องการเมืองในประเทศ และงบผลการ ดำเนินงานไตรมาส 2/56 และการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนก็ออกมาดี
ส่วนราคาทองคำวันนี้ปรับขึ้นไปมาก หลังจากทะลุราคา 1,330 เหรียญ/ออนซ์ได้ มองแนวต้านถัดไปที่ระดับ 1,350 เหรียญ/ออนซ์ เนื่องจากจีนเริ่มกลับเข้ามาซื้อทองมากขึ้น ทำให้ดีมานด์กลับมา ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจในยุโรปออกมาดี ได้แก่ ดัชนี ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทำให้เงินยูโรกลับมาแข็ง ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงช่วยทำให้ราคาทองคำปรับสูงขึ้น
แนะให้ผู้ถือสถานะ long คงถือต่อไปเพื่อเก็งกำไร มองแนวรับที่ระดับ 1,325, 1333 เหรียญ/ออนซ์ แนวต้านที่ 1,350 เหรียญ/ออนซ์ คาดว่าช่วงสั้น ราคาจะไม่ปรับลงไปลึก
ด้านบริษัท วายแอลจี บุลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด แนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อ ตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อ ซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,343 หรือ 1,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง
เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมี แรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ดัชนี SET 50 ปิดวันนี้ที่ระดับ 989.86 จุด เพิ่มขึ้น 20.16 จุด, +2.08%
ปริมาณ สถานะคงค้าง
Total Market 48,462 304,250
Total Futures 48,317 301,717
Brent Crude Oil 165 305
Metal 5,885 18,013
- 50 Baht Gold 1,291 5,246
- 10 Baht Gold 4,590 12,727
- Silver 4 40
USD 273 5,534
Interest Rate - -
- 3M BIBOR - -
- 6M THBFIX - -
- 5Y Gov Bond - -
SET50 Index 18,690 34,970
Sector Index Futures - -
Single Stock 23,304 242,895
Total Options 145 2,533
SET50 Index 145 2,533
Call 65 1,250
Put 80 1,283
สรุปปริมาณการซื้อขายตามกลุ่มผู้ลงทุน
นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนภายในประเทศ
Futures -10,154 -755 +10,909
Options -24 +71 -47