นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคม บล.เปิดเผยว่า ที่ประชุมสมาคม บล.วันนี้มีมติให้มีการคำนวณต้นทุนในการซื้อขายของพอร์ตโบรกเกอร์ให้ใกล้เคียงกับค่าคอมมิชชั่นที่คิดกับนักลงทุน ส่วนจะคิดในอัตราเท่าใดนั้นคงต้องให้โบรกเกอร์แต่ละสถาบันพิจารณาเอง แต่จะต้องไม่เป็นการเอาเปรียบนักลงทุน
พร้อมกันนั้น ยังให้ปรับลดวงเงินของพอร์ตลงทุนโบรกเกอร์ในการซื้อขายหุ้นแต่ละวัน โดยต้องไม่เกิน 50% ของส่วนผู้ถือหุ้น จากปกติอยู่ที่ 75% เพื่อความเหมาะสมในปริมาณการซื้อขายไม่มากหรือน้อยเกินไป จะเริ่มใช้กฎใหม่นี้ในวันที่ 1 พ.ย.56
สำหรับคำขอของกรมสรรพากรให้ บล.ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการโอนหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์เพื่อเก็บภาษีนั้น นางภัทธีรา คาดว่า จะเริ่มมีการส่งรายงานข้อมูลการโอนหุ้นนอกตลาดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.56 ตามกำหนดการของกรมสรรพากร แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องมีการเข้าหารือกับโบรกเกอร์แต่ละแห่งเพื่อกำหนดวิธีการแสดงรายงานให้มีมาตรฐานและรูปแบบที่ใกล้เคียงกันก่อน
นางภัทธีรา กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตถึงความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นช่วงก่อนปิดทำการว่า แก็งค์ 4 โมงเย็นไม่มีจริง เพราะการซื้อขายในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดจากหลายบุคคล ไม่ใช่กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยมองว่าน่าจะเป็น Sentiment ที่ออกมาในทิศทางเดียวกัน ณ เวลานั้น ทำให้มีการซื้อขายในปริมาณค่อนข้างสูงพร้อมกัน
ส่วนความเหลื่อมล้ำของการซื้อขายหุ้นในพอร์ตของโบรกเกอร์นั้น นางภัทธีรา กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจาก บล.ต่างๆไม่ได้เห็นข้อมูลการซื้อขายของลูกค้า ซึ่งเป็นกฎของ ก.ล.ต.ในการกำกับการดูข้อมูล ซึ่ง ก.ล.ต.ก็ได้มีการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา
นางภัทธีรา กล่าวถึงภาวะตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันว่า ภาพรวมมีการปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากสะท้อนถึงเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องติดตามมาตรการ QE ของสหรัฐที่จะมีการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) ในสัปดาห์หน้าว่าจะออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ คือการค่อยๆลดขนาด QE ลง แต่หากมีการปรับลดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อภาวะตลาดหุ้นไทยอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม มองว่าภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น เริ่มกลับมามีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้การส่งออกกลับมามีการขยายตัวอีกครั้ง ทั้งนี้ ก็ต้องติดตามในเรื่องของการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทั้งด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการประชานิยมว่าจะมีการใช้จ่ายเงินในลักษณะใดบ้าง